เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี น่าจะเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ทำให้คนยุคใหม่ต้องปวดหัวไม่ใช่น้อย เพราะในปัจจุบันนี้เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นและควัน โดยเฉพาะ PM2.5 ที่ดูจะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเครื่องฟอกอากาศในบ้านเราก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ อาทิ เครื่องฟอกอากาศ Sharp รวมไปถึงยี่ห้อที่มาแรงอย่าง เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ดังนั้น วันนี้ HomeGuru จะพาคุณมาดูกันว่าเครื่องฟอกอากาศที่น่าสนใจและมาแรง ปี 2021 นี้ มีรุ่นไหนบ้าง รับรองเลยว่าช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะ

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี

เปิดลิสต์ 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี และน่าใช้ในปี 2021

1. SHARP FP-J30TA-P
2. XIAOMI XMI-FJY4013GL
3. PHILIPS AC2887/20 73SQM
4. PHILIPS AC0820/20
5. HITACHI EP-A3000
6. TOSHIBA CAF-H30(W)
7. SHARP FP-J40TA-W
8. SAMSUNG AX60R5080WD/ST
9. DYSON DP04 PH/ Wh/Sv
10. Bwell CF-8400

เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศในบ้าน

รีวิว 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2021

1. SHARP FP-J30TA-P

เครื่องฟอกอากาศ Sharp

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J30TA-P นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องกรองอากาศที่มีความโดดเด่นในเรื่องรูปลักษณ์ที่ดูมินิมอล และมีสีสันที่สดใสสะดุดตา โดยเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบ Plasmacluster Ion ที่จะใช้อนุภาคไฟฟ้าบวกและลบ สามารถปรับความแรงของลมได้มากถึง 3 ระดับ

ที่สำคัญคือ ตัวเครื่องสามารถดักจับฝุ่นละอองเล็ก ๆ ขนาด 0.3 ไมครอน ได้อย่างง่ายดาย และไม่ใช่แค่ฝุ่นละอองขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.97% เลยทีเดียว

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

 4 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

411 x 431 x 211 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

23 ตร.ม.

Plasmacluster Ion และฟังก์ชันตั้งเวลา

ระดับเสียง

การรับประกัน

ต่ำกว่า 44 เดซิเบล

มี

2. XIAOMI XMI-FJY4013GL

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

สำหรับ เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นนี้ เราจะรู้จักกันในชื่อว่า Mi Air Purifier Pro ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นมาแรงของค่ายนี้ โดยจุดเด่นนอกเหนือจากราคาสุดประหยัดแล้ว ยังมาพร้อมกับระบบมอเตอร์คู่ DC Brushless กับ 2 ใบพัด ที่ช่วยคัดกรองอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ การกรองอากาศและกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ก็สามารถทำได้ดีถึง 99.99%

นอกจากนี้ ยังพกเทคโนโลยีเด่น ๆ มาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะหน้าจอ OLED ที่แสดงคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ แถมยังสามารถควบคุมการทำงานด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Mi Home ซึ่งก็รองรับทั้งระบบ Android และ iOS เหมาะกับคนที่ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ได้ดีไม่ใช่น้อย

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

 4 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

411 x 431 x 211 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

23 ตร.ม.

เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Mi Home

ระดับเสียง

การรับประกัน

31 เดซิเบล

มี

3. PHILIPS AC2887/20 73SQM

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC2887/20 73SQ นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องกรองอากาศที่มีเทคโนโลยีพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดีอีกหนึ่งรุ่น โดยเฉพาะการกำจัดอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 20 นาโนเมตร รวมไปถึงการกำจัดไวรัส H1N1 ที่มีประสิทธิภาพสูง และหากใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ สามารถลดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้อย่างแม่นยำถึง 99.97% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ การทำงานของตัวเครื่องยังมีให้เลือกโหมดได้มากถึง 3 โหมด ครอบคลุมทุกการใช้งาน แถมตัวเครื่องยังสามารถลดแสงในขณะที่เครื่องกำลังทำงานได้ด้วย บวกกับระดับเสียงในการทำงานเพียง 20.5 เดซิเบล ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

7.7 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

366 x 251 x 698 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

24 – 73 ตร.ม.

เลือกโหมดการทำงานได้ 3 โหมด

ระดับเสียง

การรับประกัน

20.5 เดซิเบล

มี

4. PHILIPS AC0820/20

เครื่องฟอกอากาศ PHILIPS

สำหรับเครื่องกรองอากาศของ Philips รุ่น AC0820/20 ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานภายในห้องหรือคอนโด เพราะสามารถรองรับห้องที่มีขนาดไม่เกิน 49 ตร.ม. ได้ โดยคุณสมบัติเด่น ๆ ของ เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่นนี้ก็คือ มีระบบการฟอกอากาศที่หลายชั้น ไม่ว่าจะเป็น การกำจัดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อในอากาศได้สูงถึง 99.99%

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับโหมดการหมุนเวียนอากาศแบบ 3 มิติ แถมยังมีสัญญาณไฟถึง 4 สี ที่จะคอยแสดงและรายงานผลคุณภาพของอากาศในขณะนั้น ๆ แบบเรียลไทม์ หรือหากคุณจะเปิดเครื่องในเวลานอนหลับ ก็สามารถเปิดโหมดการทำงานแบบเงียบพิเศษได้เลย ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี เพราะเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลายอีกหนึ่งรุ่นเลยทีเดียว

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

2.4 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

250 x 250 x 367 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

16 - 49 ตร.ม.

แสดงคุณภาพอากาศด้วย 4 ระดับสี

ระดับเสียง

การรับประกัน

35 เดซิเบล

มี

5. HITACHI EP-A3000

เครื่องฟอกอากาศ HITACHI

เครื่องกรองอากาศของ Hitachi รุ่น EP-A3000 รุ่นนี้ ก็นับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับคนงบน้อย เพราะมีราคาเพียง 4,900 บาท เท่านั้น เหมาะกับการใช้งานในห้องหรือคอนโดที่มีขนาดไม่กว้างมาก ที่สำคัญคือ เครื่องฟอกอากาศ Hitachi รุ่นนี้ นอกจากจะดักจับฝุ่น PM2.5 แล้ว ยังช่วยขจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และยังดักจับสารก่อภูมิแพ้ได้

สำหรับการใช้งาน สามารถเลือกโหมดการฟอกอากาศได้ และเมื่ออากาศมีความแห้งมาก ๆ ก็สามารถเปิดโหมดทำความชื้นได้เลย ที่สำคัญคือ สามารถควบคุมการทำงานของตัวเครื่อง ผ่านรีโมทคอนโทรลได้อย่างง่ายดาย เรียกว่าตอบโจทย์คนที่กำลังคิดว่าจะซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

4 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

424 x 400 x 133 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

 22 - 25 ตร.ม.

มีโหมดฟอกกลิ่น และเกสรดอกไม้

ระดับเสียง

การรับประกัน

28-51 เดซิเบล

มี

6. TOSHIBA CAF-H30(W)

เครื่องฟอกอากาศ TOSHIBA

สำหรับ เครื่องฟอกอากาศ Toshiba รุ่น CAF-H30(W) รุ่นนี้ ก็ถือว่าน่าใช้ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะการเลือกใช้แผ่นกรองมากถึง 3 ชั้น ช่วยให้กรองฝุ่นและขนสัตว์ได้ รวมไปถึง การยับยั้งการทำงานและการเจริญเติบโตของไวรัส กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ในขณะที่การกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ การทำงานของตัวเครื่องยังสามารถปรับความแรงได้มากถึง 4 ระดับ ได้แก่ Turbo, High, Mid และ Low ที่สำคัญคือ สามารถเปิดโหมด Sleep เพื่อให้เครื่องทำงานเบาลงในเวลาพักผ่อนได้

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

8.5 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

38.7 x 57.1 x 24.7 ซม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

36 ตร.ม.

แจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง, โหมด Sleep

ระดับเสียง

การรับประกัน

35 เดซิเบล

ตัวเครื่อง 2 ปี และมอเตอร์ 5 ปี

7. SHARP FP-J40TA-W

เครื่องฟอกอากาศ Sharp

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J40TA-W นี้ เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับระบบ Plasmacluster แบบเข้มข้น ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย ไข้หวัดนกรวมถึงสายพันธุ์ H5N1 ในอากาศได้ดี โดยตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์ที่ช่วยเรื่องการตรวจจับฝุ่นที่แม่นยำ ทำให้การกรองมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ในขณะที่ตัวเครื่องก็มีไฟที่แสดงสภาวะของความสะอาดในอากาศด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่การดักขับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 เท่านั้น ที่สามารถทำออกมาได้ดี แต่ยังสามารถดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ด้วย ซึ่งการกรองอากาศของตัวเครื่องนอกจากจะกำจัดฝุ่นและเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยกรองกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

6.2 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

583 x 390 x 270 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

30 ตร.ม.

Plasmacluster เข้มข้น และเซ็นเซอร์

ระดับเสียง

การรับประกัน

15 - 45 เดซิเบล

มี

8. SAMSUNG AX60R5080WD/ST

เครื่องฟอกอากาศ Samsung

เครื่องฟอกอากาศ Samsung ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องกรองอากาศที่น่าสนใจและน่าซื้อมาใช้งานในปี 2021 นี้ ซึ่งในรุ่น AX60R5080WD/ST นี้ ค่อนข้างตอบโจทย์ในการใช้งานกับพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้าง เพราะสามารถทำงานได้ถึง 60 ตร.ม. ซึ่งตัวเครื่องจะใช้ระบบ 3 Way Air Flow ทำให้การกรองอากาศครอบคลุมพื้นที่ที่ใช้งาน แถมยังสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและฉับไว

สำหรับตัวเครื่องยังมีการใช้ Laser PM Sensor ที่ช่วยตรวจจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กกว่า 1.0 PM รวมไปถึงก๊าซปนเปื้อนอื่น ๆ ในอากาศได้อีกต่างหาก ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์จริง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงผลด้วยสัญลักษณ์ 4 สี ที่จะบอกค่าว่าอากาศในช่วงนั้น ๆ สะอาดมากน้อยแค่ไหน และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน SmartThings ที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมการทำงาน รวมไปถึงเช็กระดับของมลภาวะได้อย่างง่ายดาย

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

11.2 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

360 x 783 x 293 มม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

60 ตร.ม.

SmartThings App รองรับ 8 ภาษา

ระดับเสียง

การรับประกัน

50 เดซิเบล

มี

9. DYSON DP04 PH/ Wh/Sv

เครื่องฟอกอากาศ pm2 5

หากใครที่ชื่นชอบความมินิมอล แต่ไม่รู้ว่า เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ที่จะตอบโจทย์นี้ได้ บอกเลยว่าเครื่องฟอกอากาศจากค่าย Dyson รุ่น DP04 PH/ Wh/Sv น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เพราะเป็นรุ่นที่มาพร้อมการตรวจจับ และการรายงานคุณภาพของอากาศแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5, PM 10, NO2 และ VOC ที่สำคัญคือ ใช้ระบบ Air Multiplier ที่มีกระแสลมช่วยให้ผมแห้งเร็วยิ่งกว่าไดร์เป่าผม ด้วยกระแสลมที่แรงเป็น 3 เท่า

และจากระบบกรองอากาศที่มีคุณภาพ ด้วยการใช้ระบบฟิลเตอร์ที่ใส่มาอย่างเต็มรูปแบบนี้เอง จึงทำให้เครื่องกรองอากาศตัวนี้ สามารถกรองก๊าซที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ตัวเครื่องยังสามารถปรับองศาในการส่ายได้ตั้งแต่ 45 – 350 องศา ส่งผลให้มีการกระจายอากาศได้ดีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

4.62 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

35.2 x 10.6 x 69.1 ซม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

27 ตร.ม.

การตรวจจับ และรายงานคุณภาพอากาศ

ระดับเสียง

การรับประกัน

42.3 เดซิเบล

มี

10. Bwell CF-8400

รีวิวเครื่องฟอกอากาศ

หากคุณไม่รู้ว่าจะซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ถึงจะตอบโจทย์บ้านที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็ก บอกเลยว่าเครื่องกรองอากาศ Bwell CF-8400 นี้แหละ จะตอบโจทย์คุณได้ เพราะสามารถครอบคลุมไปถึงเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ แถมยังเป็นเครื่องฟอกอากาศ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ เนื่องด้วยไม่มีการใช้อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดฝุ่นดำ ที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อปอด ที่สำคัญคือ ในการทำงานนั้นจะประกอบไปด้วยระบบฟอกอากาศถึง 6 ขั้นตอน ทำให้อากาศที่ได้มีความสะอาดและคลีนมากขึ้น

สำหรับตัวเครื่องนั้น ประกอบไปด้วยแผ่นกรองฝุ่นทั้งหมด 3 ชั้น ได้แก่ Pre-Filter, HEPA และ Anti-Bacteria ทั้งยังมีแผ่นกรองกลิ่นและก๊าซพิษดอีก 2 ชั้น รวมถึงฆ่าเชื้อโรคอีก 1 ขั้นตอน ทำให้อากาศที่ได้จากกรองของตัวเครื่องสะอาดแถมยังคลีนมากที่สุดนั่นเอง

น้ำหนัก (กก.)

ดักจับ PM2.5

4.2 กก.

มี

ขนาดเครื่อง

HEPA Filter

32.4 x 16.2 x 40.9 ซม.

มี

ครอบคลุมพื้นที่

ฟังก์ชันเสริม

10 - 30 ตร.ม.

ระบบฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน ตั้งเวลาได้

ระดับเสียง

การรับประกัน

15 - 48 เดซิเบล

มี

จบไปแล้วสำหรับการรีวิว เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ที่น่าซื้อมาใช้งานในปี 2021 นี้ ที่จะช่วยให้ปอดของคุณได้ใช้อากาศที่บริสุทธิ์ ไม่ต้องเผชิญกับวิกฤติฝุ่น PM2.5 ภายในบ้านหรือที่พักอาศัย และไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศยี่ห้อไหน ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องฟอกอากาศ Sharp หรือแม้แต่ เครื่องฟอกอากาศ Hatari ที่ Hompro ก็มีให้คุณเลือกแบบไม่อั้น ที่สำคัญคือ ตอนนี้มีโปรโมชั่นดี ๆ ให้เลือกอีกนับไม่ถ้วน

และนอกจากเครื่องฟอกอากาศที่จะสามารถช่วยให้ปอดของคุณได้ใช้อากาศที่บริสุทธิ์ การล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อโรคก็เป็นอีกหนึ่งบริการจาก Home Service ที่จะทำให้ อากาศภายในห้องของคุณกลับมาบริสุทธิ์ได้อีกครั้ง


สนใจติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบริการ ล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อ เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Home Service by HomePro : m.me/Homeservicebyhomepro
Line : https://lin.ee/uN8D4Zl หรือ @Homeproservice
Call Center : 1284
Mobile app :
https://bit.ly/372RTMT

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 1 เฉลี่ย: 4]