หากหน้ากากกันฝุ่นยังจำเป็นต่อการป้องกันมลพิษนอกบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติกรองอากาศได้ก็จำเป็นสำหรับบ้านคุณเช่นกัน เพราะ PM2.5 / PM10 สามารถเล็ดลอดเข้าสู่บ้านและอาคารได้ แม้กระทั่งในห้องปิดก็ตาม แต่ “แอร์บ้าน-เครื่องปรับอากาศ” สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฆ่าเชื้อโรค และสร้างอากาศบริสุทธิ์ได้เทียบเท่า เครื่องฟอกอากาศ หรือไม่? จำเป็นไหมที่ต้องเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทนี้? หากมีข้อจำกัดหลายประการ ซื้อ แอร์ฟอกอากาศ อย่างเดียวได้ไหม..

HomeGuru ขอตอบตรงนี้เลยว่าได้! พร้อมข้อมูลน่าสนใจที่เรานำมาฝากกันว่า แอร์ฟอกอากาศสามารถแก้ปัญหา pm 2.5 ในบ้านได้จริงหรือไม่ และมีคำแนะนำเปรียบเทียบระหว่าง “แอร์ฟอกอากาศ VS เครื่องฟอกอากาศ” อย่างไรบ้าง


แอร์ฟอกอากาศ คืออะไร?

แอร์ฟอกอากาศ คือ เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner) ที่มีระบบฟอกอากาศรุ่นใหม่ๆ เพื่อเสริมฟังก์ชั่นในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ เช่น ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดักจับเชื้อโรค และกรองฝุ่นละอองขนาดต่างๆ ในระหว่างที่แอร์กำลังผลิตความเย็นได้ โดยระบบกรองอากาศเหล่านี้จะช่วยกรองสิ่งปนเปื้อนต่างๆ อีกขั้นตอน ก่อนผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมา ซึ่งผู้ผลิตส่วนใหญ่นิยมใช้แผ่นกรองอากาศ (Filtration) ที่สามารถกำจัดเชื้อโรคและกรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่ 3PM ขึ้นไป

แต่สำหรับยุคปัจจุบัน เพื่อรองรับปัญหามลภาวะฝุ่นละออง PM2.5 / PM10 ประกอบกับการแข่งขันกับตลาดเครื่องฟอกอากาศที่มีความนิยมสูงขึ้น เครื่องปรับอากาศจึงพัฒนาระบบฟอกอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ตั้งแต่ 0.01, 0.03, 0.05 ไมคอน และมีประสิทธิภาพการกรองถึง 99% ขึ้นไป ตลอดจนสามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่มีอนุภาคเล็กมากได้เช่นกัน จนแอร์ฟอกอากาศเริ่มเป็นที่สนใจของผู้บริโภคอย่างมาก

แอร์ฟอกอากาศ กับ ระบบกรองอากาศ?

ระบบฟอกอากาศของเครื่องปรับอากาศ (Air Purifier) มีระบบการทำงานคล้ายๆ กับเครื่องฟอกอากาศ แตกต่างกันตรงฟังก์ชั่นพ่นไอน้ำที่ช่วยเรื่องละอองดักจับและปรับสภาวะความชื้นที่มีเฉพาะในเครื่องฟอกอากาศ ในขณะที่แอร์บ้านนิยมใช้ระบบแผ่นกรองอากาศที่มีการพัฒนาเส้นใยตาข่ายให้มีความละเอียดสูงขึ้น และบางรุ่นก็พ่วงฟังก์ชั่นเซ็นเซอร์ตรวจจับอนุภาคต่างๆ พร้อมกับแสดงผลสภาวะอากาศบนหน้าจออัจฉริยะ ซึ่งปัจจุบันระบบดักจับไฟฟ้าสถิต และระบบปล่อยประจุไฟฟ้าเป็นที่นิยมมากขึ้น และมีการพัฒนานวัตกรรมการกรองอนุภาคได้ปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ราคาแอร์สูงขึ้นตามศักยภาพเช่นกัน ซึ่งระบบแอร์ฟอกอากาศสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบครับ

แอร์ฟอกอากาศกับระบบการกรอง

แอร์ฟอกอากาศระบบแผ่นกรองอากาศ (Filtration)
ปัจจุบันพัฒนาเป็นแผ่นกรอง HEPA, ULPA ช่วยดักจับฝุ่นละอองหรืออนุภาคปนเปื้อนต่างๆ สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กตั้งแต่ 0.01 ไมครอน มีประสิทธิภาพการกรองถึง 99 % ขึ้นไป ส่วนใหญ่ใช่คู่กับกับแผ่นคาร์บอนฯ เพื่อดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีอายุการใช้งานประมาณ 3-6 เดือน จึงต้องหมั่นเปลี่ยนแผ่นกรองเสมอ เพื่อไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคครับ


แอร์ฟอกอากาศระบบไฟฟ้าสถิต ( Electrostatic Precipitator) มีตะแกรงไฟฟ้าทำงานควบคู่กับแผ่นโลหะเพื่อจับฝุ่นที่ลอยฟุ้งในอากาศ และยังดักจับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสได้อีกด้วย หลายคนสงสัยว่าอุปกรณ์ระบบนี้อยู่ส่วนไหนของแอร์ฟอกอากาศ สังเกตง่ายๆ ครับว่าเป็นตะแกรงตาข่ายอยู่ด้านบนสุดของตัวเครื่อง สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยใช้แปรงขัดออก ล้างน้ำหรือล้างน้ำยาโลหะครับ

แอร์ฟอกอากาศระบบปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer)

เป็นระบบใหม่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยใช้ระบบปฏิกิริยาทางเคมีที่หลายคนเรียกว่า “ไอออน” ที่ผลิตประจุลบออกมาพร้อมกับลมเย็น เพื่อดักจับอนุภาคปนเปื้อนต่างๆ ที่มีโครงสร้างเป็นประจุบวก เช่น ฝุ่น ควัน กลิ่น เชื้อโรค ให้รวมตัวกันเป็นอนุภาคขนาดใหญ่ตกลงสู่พื้น หรือเปลี่ยนเป็นโมเลกุล H2O ฟอกอากาศให้สะอาดและปลอดภัย ขณะที่แอร์ฟอกอากาศบางยี่ห้อรุ่นใหม่ๆ ใช้ระบบปล่อยไอออนดักจับอนุภาคเหมือนกัน แต่ส่งอนุภาคกลับไปในช่องลมผ่านระบบแผ่นกรองอากาศแล้วกำจัดอนุภาคเหล่านี้ทิ้งไปครับ

แอร์ฟอกอากาศ VS เครื่องฟอกอากาศ เลือกซื้อแบบไหนดีกว่ากัน?

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้า 2 ประเภทนี้มีฟังก์ชั่นการกรองอากาศคล้ายคลึงกัน แต่ต่างกันเรื่องราคา และกระบวนการทำงาน เพราะแอร์ฟอกอากาศทำงานแบบ 2 in 1 ทั้งผลิตความเย็นควบคู่ไปกับการกรองอากาศ ทำให้ประสิทธิภาพการดูดอากาศและการกรองอาจไม่เทียบเท่าเครื่องฟอกอากาศที่มีศักยภาพด้านนี้โดยเฉพาะด้วยการทำงานระบบเดียวที่เน้นดูดจับอากาศ และอนุภาคต่างๆ เข้าไปฟอกในเครื่องแล้วผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมา

ดังนั้นหากมองเรื่องความคุ้มค่าและราคา แอร์ฟอกอากาศถือว่าเหมาะกับบ้านที่ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ และต้องการซื้อแอร์ใหม่ หรือมีงบประมาณจำกัด เน้นจ่ายจบฟังก์ชั่นครบในเครื่องเดียว กลับกันหากมีงบประมาณมาก และต้องการเสริมประสิทธิภาพการกรองอากาศเป็นพิเศษ การซื้อเครื่องฟอกอากาศถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าครับ