หมอน นั้นสำคัญไฉน… ต้องบอกเลยว่าสำคัญมาก เพราะเราใช้หมอนหนุนศีรษะเวลานอนเสมอ คิดง่ายๆ ในหนึ่งวันที่มี 24 ชั่วโมง เราใช้เวลานอนเกือบ 8 ชั่วโมง นั่นหมายถึง 1 ใน 3 ของชีวิตทั้งวันเราใช้เวลาไปกับการนอน ดังนั้นการนอนหลับได้สนิทสบายจึงจำเป็นต้องมีหมอนที่รองรับได้ตั้งแต่ฐานคอจนถึงศีรษะ หมอน มีความนุ่มสบายกำลังดี มีความสูงที่พอดี การนอนหลับได้ดีนั้นจึงมีองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็มีหมอนอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็น หมอนยางพารา หมอนเมมโมรี่โฟม หมอนขนเป็ด หมอนสูญญากาศ หมอนขนห่าน หมอนใยสังเคราะห์ หมอนไมโครเจล ถ้าสามารถเลือกหมอนเหล่านี้ให้เหมาะสมกับตนเอง นอกจากทำให้หลับสบายดีแล้ว หมอนสุขภาพ ยังลดอาการปวดหลังปวดคอได้อีกด้วย หลายคนที่ชอบบ่นว่านอนไม่หลับบ้าง ปวดคอ ปวดหลัง โดยไม่รู้สาเหตุ ปัจจัยหลักคือหมอนที่ใช้หนุนนอน ครั้งนี้ HomeGuru จะพาไปทำความรู้จักกับหมอนประเภทต่างๆ ตามวัสดุที่ใช้ทำไส้หมอน เพื่อเป็นไอเดียในการเลือกซื้อ และลดปัญต่างๆ ที่กำลังเป็นอยู่ให้หมดไป

1. หมอนนุ่น
2. หมอนใยสังเคราะห์
3. หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน
4. หมอนยางพารา
5. หมอนเมมโมรี่โฟม
6. หมอนสูญญากาศ

หมอนแก้ปวดหลัง

ประเภทของ หมอน จะแบ่งตามไส้หมอนได้ดังนี้

1. หมอนนุ่น

หมอนนุ่น คือไส้หมอนยัดด้วยนุ่น ( “นุ่น” มาจากต้นนุ่นที่เป็นพืชชนิดหนึ่ง ผลผลิตเมื่อแก่หรือแห้งแล้วเนื้อผลจะเป็นใยนุ่นสีขาว คุณสมบัติอ่อนนุ่มฟูและเบามาก จึงนิยมนำมาทำไส้หมอน) ข้อดีของ หมอนนุ่น คือ เป็นวัสดุจากธรรมชาติ น้ำหนักเบา ไม่ดูดซับน้ำ ราคาถูก มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับรูปร่างตามศีรษะได้เป็นอย่างดี ส่วนข้อเสียของหมอนประเภทนี้ คือ ติดไฟง่ายเผาไหม้เร็ว อมฝุ่น ผลิตฝุ่น และยังสร้างไรฝุ่นที่เป็นตัวการทำให้เกิดภูมิแพ้อีกด้วย มีอายุการใช้งานที่สั้น หมอนนุ่นเมื่อใช้ไปนานๆ จะนุ่นและยุบตัวลงไปเรื่อยๆ ไม่คืนตัว วิธีการดูแลรักษาควรตบหมอนบ่อยๆ เพื่อทำให้ใยนุ่นพองฟู ควรนำไปตากแดดทุกๆ 2 – 3 เดือน

หมอน

หมอนนุ่น

ข้อดี

เป็นวัสดุจากธรรมชาติ น้ำหนักเบา ไม่ดูดซับน้ำ ราคาถูก มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับรูปร่างตามศีรษะได้

ข้อเสีย

ติดไฟง่าย อมฝุ่น และยังสร้างไรฝุ่นที่เป็นตัวการทำให้เกิดภูมิแพ้อีกด้วย และมีอายุการใช้งานที่สั้น

2. หมอนใยสังเคราะห์

หมอนใยสังเคราะห์ เป็นหมอนที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ทำมาจากใยสังเคราะห์ พลาสติก โพลีเอสเตอร์ โพลียูรีเทน ไมโครไฟเบอร์ และอีกหลากหลายประเภทซึ่งมีความยืดหยุ่นแตกต่างกันไป ข้อดีของ หมอนใยสังเคราะห์ คือ มีความเหนียวทน สปริงตัวคืนรูปได้ดี ระบายอากาศ ซักน้ำได้แห้งเร็ว แต่ก็มีข้อเสียเมื่อใช้ไปนานๆ จะสะสมฝุ่น และแบน ส่วนราคาขึ้นอยู่กับเส้นใยสังเคราะห์ต่างๆ เรื่องการดูแลรักษาง่ายมากๆ เพียงนำไปผึ่งแดดเป็นประจำ และทำความสะอาดด้วยการซักทุก 2 – 3 เดือน เวลาตากแดดให้ตากในแนวนอน และไม่ควรบิดหมอน

หมอน หมอนหนุนเพื่อสุขภาพ

หมอนใยสังเคราะห์

หมอนใยสังเคราะห์

ข้อดี

มีความเหนียวทน สปริงตัวคืนรูปได้ดี ระบายอากาศ ซักน้ำได้แห้งเร็ว

ข้อเสีย

เมื่อใช้ไปนานๆ จะสะสมฝุ่น และแบน ส่วนราคาขึ้นอยู่กับเส้นใยสังเคราะห์ต่างๆ

3. หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน

หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน หมอนขนสัตว์ที่มาจากวัสดุธรรมชาติเหล่านี้จะมีความนุ่มฟูเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าสัมผัสนุ่มมาก ข้อดีของ หมอนขนสัตว์ สามารถรองรับศีรษะและส่วนโค้งเว้าของต้นคอได้ดี นอนหนุนสบาย ความพิเศษกว่าคือสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับทุกสภาพอากาศ ซักได้แต่ก็ควรระวัง ส่วนข้อเสียของ หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน นั้นไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เพราะสะสมฝุ่น และอาจมีกลิ่นสาป ใช้ไปนานหมอนไม่คืนตัว และมีราคาสูงกว่าหมอนประเภทอื่นๆ พึงระวังอย่าให้ หมอนขนสัตว์ เปียกน้ำเพราะจะทำให้เกิดกลิ่นสาปได้ การดูแลรักษาก็คล้ายกับหมอนทั่วไปให้ตบหมอนเป็นประจำให้ขนนุ่มพองฟู ควรนำไปผึ่งแดดบ่อยๆ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อครั้ง และเมื่อซักแล้วควรอบแห้งอย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนนำมาใช้

หมอนหนุน

หมอนขนเป็ด

หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน

ข้อดี

รองรับศีรษะและส่วนโค้งเว้าของต้นคอได้ดี นอนหนุนสบาย สามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับทุกสภาพอากาศ

ข้อเสีย

ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ และอาจมีกลิ่นสาป ใช้ไปนานหมอนไม่คืนตัว และมีราคาสูงกว่าหมอนประเภทอื่นๆ

4. หมอนยางพารา

หมอนยางพารา ทำมาจากยางธรรมชาติที่มีคุณสมบัติคงรูปทรงได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง รับรองไม่มีปัญหาเรื่องแบนเพราะมีความเฟิร์มและแน่น แถมระบายอากาศได้ดีเยี่ยมเพราะมีรูพรุนในเนื้อยางพารา มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทน หมอนยางพารา นี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในเรื่องของโรคภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งดูเหมือน หมอนยางพารา จะมีแต่ข้อดีไปเสียหมด แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือ มีน้ำหนักหนักกว่าหมอนประเภทอื่น และราคาที่ค่อนข้างสูงตามคุณภาพของเนื้อยางนั่นเอง ส่วนวิธีดูแลรักษาหมอนยางพาราก็ง่ายแสนง่าย เพียงหมั่นนำออกไปผึ่งแดดผึ่งลม แต่หากมีรอยเปรอะเปื้อนใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำแล้วเช็ดออก นำไปผึ่งให้แห้งโดยหลีกเลี่ยงการถูกแดดจัด

SANTAS หมอนสุขภาพ หมอนสุขภาพ ยี่ห้อไหนดี หมอนสุขภาพ homepro

หมอนยางพารา

หมอนยางพารา

ข้อดี

คงรูปทรงได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ระบายอากาศได้ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ข้อเสีย

มีน้ำหนักหนักกว่าหมอนประเภทอื่น และราคาที่ค่อนข้างสูงตามคุณภาพของเนื้อยาง

5. หมอนเมมโมรี่โฟม

หมอนเมมโมรี่โฟม ทำมาจากโฟมที่มีความหนาแน่น สามารถปรับรูปทรงให้พอดีกับสรีระผู้นอนได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยลดแรงกดทับของศีรษะและต้นคอ ช่วยกระจายน้ำหนักได้เท่าๆ กันตลอดทั้งใบ หมอนเมมโมรี่โฟม ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกอาจเรียกได้ว่าเป็นหมอนสุขภาพที่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดคอ ปวดไหล่ วิธีดูลรักษาเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง หลีกเลี่ยงแดดจัด

หมอนเมมโมรี่โฟม หมอนสุขภาพ หมอนสุขภาพ memory foam

หมอนเมมโมรี่โฟม

หมอนเมมโมรี่โฟม

ข้อดี

สามารถปรับรูปทรงให้พอดีกับสรีระผู้นอนได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยลดแรงกดทับของศีรษะและต้นคอ

ข้อเสีย

ราคาค่อนข้างสูงตามคุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต

6. หมอนสูญญากาศ

หมอนสูญญากาศ หลายคนอาจยังไม่คุ้นหู แต่อธิบายสั้นๆ คือหมอนที่บรรจุในซองที่ดูดอากาศออกจนหมด ทำให้ซองแบนไม่อ้วนพองง่ายต่อการขนส่ง หมอนหมอนสูญญากาศ ทำจากเส้นใยสังเคราะห์พิเศษที่สามารถบีบอัดและพองฟูได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียงเปิดซองออกหมอนก็จะพองฟูขึ้นเหมือนปกติสามารถนำไปใช้ได้เลย และยังคืนรูปได้รวดเร็ว มีความนุ่มแต่บางคนอาจคิดว่ากระด้างกว่าหมอนใยสังเคราะห์ทั่วไป มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างคุ้มค่า การดูแลรักษาตบหมอนเป็นประจำ และนำออกไปตากแดดอ่อนๆ ทุก 2 – 3 เดือน

หมอนสูญญากาศ ซักได้ไหม หมอนหนุนสูญญากาศ หมอนสุญญากาศ

หมอนสูญญากาศ

ข้อดี

คืนรูปได้เร็ว มีความนุ่ม มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างคุ้มค่า สามารถบีบอัดและพองฟูได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ข้อเสีย

ราคาค่อนข้างสูงตามคุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต

นอกจากนี้ท่าทางในการนอนก็ส่งผลถึงสุขภาพด้วยเหมือนกัน ต่อให้เลือก หมอน ที่ดีเหมาะสมกับสรีระได้ลงตัวขนาดไหน หากนอนไม่ถูกท่าปัญหาการนอนหลับต่างๆ ก็ยังไม่ถูกแก้ไข ท้ายนี้จึงขอแนะนำท่านอนคร่าวๆ เพื่อใช้กับหมอนที่คู่ควร เพื่อให้หลับสบายอย่างแท้จริง เช่น ถ้าถนัดนอนหงายเลือกหมอนที่ไม่หนามากเพื่อให้ศีรษะและกระดูกสันหลังอยู่ในระนาบที่เหมาะสม เช่น หมอนใยสังเคราะห์ หมอนเมมโมรี่โฟม หากชอบนอนตะแคงก็ควรเลือกหมอนที่เนื้อแน่นและมีความหนาหน่อย เช่น หมอนยางพารา หมอนไมโครเจล เกณฑ์ระยะห่างจากหูถึงหัวไหล่ก็พอ หากหนากว่านั้นอาจทำให้คอเคล็ดได้ และหากถนัดนอนคว่ำต้องเลือกหมอนที่มีความนุ่นนิ่มเป็นพิเศษ หรือไม่ต้องใช้หมอนเลยก็ได้ เช่น หมอนขนเป็ด หมอนขนห่าน

สุดท้ายของสุดท้าย หมอน มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างสั้น ยกเว้นหมอนบางประเภท อย่าง หมอนเมมโมรี่โฟน หมอนยางพารา ฯ จะที่มีอายุความเสื่อมของการใช้งานที่ยาวนานกว่า 3 – 4 ปี หากเปรียบการซื้อหมอนก็เหมือนการซื้อสุขภาพที่ดีให้กับตัวเองอีกทางหนึ่ง ฉะนั้นเมื่อหมอนที่ใช้เสื่อมสภาพ หรือใช้นานเกิน 12 – 18 เดือนแล้ว ควรซื้อใหม่ เชื่อเถอะ!! การลงทุนกับหมอนเพื่อการพักผ่อน นอนหลับสนิททั้งคืน และตื่นขึ้นมาพร้อมพลังความสดชื่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากจริงๆ นะ และหากใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ หมอนยี่ห้อไหนดี ลองดูที่นำมาฝากกันไว้ในบทความได้นะครับ

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 0 เฉลี่ย: 0]