เทรนด์ Eco Product หรือผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ยังคงมาแรงต่อเนื่องในปี 2563 นี้ ไม่เว้นแม้แต่สินค้าตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาสายกรีนตัวแม่ ที่ต้องการตกแต่งบ้าน หรือคอนโดมิเนียมให้เข้ากับความต้องการ ไลฟ์สไตล์ และความชอบส่วนตัว โดยใส่ใจในการเลือกซื้อ และเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่รู้หรือไม่ครับว่าสินค้าตกแต่งบ้าน หรือ ECO Product นั้นมีอยู่หลากหลายประเภทให้เลือกสรร

เพื่อสิ่งแวดล้อม

และเพื่อช่วยให้สายกรีนตัวแม่ทุก ๆ บ้านเข้าใจมากยิ่งขึ้น HomeGuru จะพาไปทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติของสินค้าตกแต่งบ้านสไตล์ ECO แต่ละกลุ่มเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกหาสินค้าตกแต่งบ้านสไตล์ ECO กันนะครับ

ECO Product

1. ECO Product สายประหยัดพลังงาน

สำหรับสายกรีนตัวแม่ที่ใส่ใจเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นพิเศษนั้น คงต้องพิถีพิถันในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นอย่าง ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น หลอดไฟ เครื่องซักผ้า พัดลม เตารีด โทรทัศน์ และอีกมากมายมาใช้งานโดยที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นสามารถใช้พลังานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้อีกด้วย โดยวิธีสังเกตเครื่องใช้ไฟฟ้าสายประหยัดพลังงานก็ง่ายนิดเดียวครับ เพียงสังเกตที่

  • ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งแสดงถึงการประหยัดไฟมากที่สุด
  • ฉลากประสิทธิภาพสูง เป็นฉลากที่แสดงถึงสินค้าที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน
  • ฉลาก IEC (International Electrotechnical Commission) เป็นฉลากที่แสดงถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า
  • ฉลากประหยัดพลังงานของ EU (EU Energy Label) ส่วนใหญ่แล้วจะพบฉลากนี้บนเครื่องซักผ้าครับ
ECO Product ECO Product ECO Product

เพื่อสิ่งแวดล้อม

2. ECO Product สายสุขภาพและความปลอดภัย

เรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ทุกๆ บ้านให้ความสำคัญเป็นอับดับต้นๆ การเลือกของตกแต่งบ้านที่ไม่เป็นอันตราย และมีคุณสมบัติเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องจำเป็น และไม่ควรละเลย โดยเฉพาะกับบ้านที่มีเด็ก และผู้สูงวัยอาศัยอยู่ การเลือกผ้าม่าน หมอน เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนสีทาบ้าน ก็ควรเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ เพียงสังเกตที่

เพื่อสิ่งแวดล้อม

ฉลาก Oeko-Tex standard 100

การเลือกสินค้ากลุ่มเครื่องนอน ผ้าขนหนู พรม เบาะรองนั่ง หมอน ไปตกแต่งห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น นอกจากความสวยงาม ตรงตามสไตล์ ECO แล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือควรเลือกผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ไม่มีอันตรายจากสารเคมีตกค้าง มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้คลอรีนในการฟอกย้อม และหลีกเลี่ยงการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ในกระบวนการตกแต่งสำเร็จ

ECO Product

ฉลาก Smart fabric UV

เนื้อผ้าอัจฉริยะ ป้องกันแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาบริเวณหน้าต่างด้วยผ้าม่าน ที่ผ่านการทดสอบ คุณสมบัติ ป้องกันรังสี UV และไม่มีสารเคมีที่มีอันตราย ใช้การวิธีการย้อมสีที่ปลอดสารก่อมะเร็ง จากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ(THTI) เช่น ผ้าม่าน HLS ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกๆ บ้านในปัจจุบันที่มีความกังวลเรื่องแสงแดด และสุขภาพผิว โดยได้แบ่งผ้าม่านออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ผ้าม่าน Black out ช่วยป้องกันแสง ป้องกันรังสี UVA/UVB ได้ถึง 99% ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน และลดอุณหภูมิภายในห้องได้ประมาณ 3-5 องศา
  • ผ้าม่าน Dim out มีคุณสมบัติช่วยลดแสงเพียงอย่างเดียว แสงแดดบางส่วนสามารถลอดเข้ามาได้บ้าง
HOME LIVING STYLE ผ้าม่าน HOME LIVING STYLE ผ้าม่าน ECO Product

ECO Product

ฉลาก Seal of Approval – Allergy UK

สำหรับสายกรีนตัวแม่ที่เป็นภูมิแพ้ คงต้องมองหาฉลาก Seal of Approval – Allergy UK เพราะเป็นฉลากที่แสดงถึงสินค้าที่มีประสิทธิภาพในการลด และลบสารก่อภูมิแพ้จากสภาพแวดล้อม อันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องนอน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตียงและที่นอน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพรม ผลิตภัณฑ์ปูพื้น ผลิตภัณฑ์ดูแลทารก เครื่องซักผ้า สีและการเคลือบเงา เป็นต้นครับ

ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

ฉลาก CIT (Construction Institute of Thailand )

มาตรฐาน “รายการผลิตภัณฑ์งานก่อสร้าง แนะนำเพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ” จากสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย (CIT) กระทรวงอุตสาหกรรม เทรนด์แต่งบ้านของผู้สูงวัยก็มาแรงไม่แพ้กัน การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงวัยและคนพิการจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย อาทิการเลือกโถส้วมนั่งราบ อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า ชุดหัวฉีดชำระล้าง ราวจับกันลื่น กุญแจลูกบิด และสีอีพ๊อกซี่กันลื่น เพื่อสร้างความมั่นใจ และคลายความกังวลให้ผู้สูงวัยในบ้านได้ครับ

ECO Product

3. ECO Product สายรักษาป่าไม้

คงจะดีไม่น้อยหากเฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้ภายในบ้านผลิตจากไม้ป่าปลูกเพื่อเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่จากการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ คงถูกใจสายกรีนตัวแม่ไม่น้อยเลยนะครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดการตัดต้นไม้ในผืนป่าซึ่งถือเป็นปอด และโอโซนของประเทศแล้ว ยังช่วยลดสภาวะโลกร้อน หรือภาวะเรือนกระจก และระบบนิเวศน์ของป่า และสัตว์ป่าได้อีกด้วย ซึ่งสินค้าในกลุ่ม ECO สายรักษาป่าไม้นั้น ได้แก่ ประตู ไม้พื้น ไม้ตกแต่ง กระดาษชำระที่ได้รับมาตรฐาน โดยทุก ๆ บ้านสามารถสังเกตสินค้าในกลุ่มนี้ได้จาก ฉลาก FSC (Forest Stewardship Council) นะครับ

ECO Product ประตูไม้ Eco ประตูไม้ Eco

ECO Product

4. ECO Product สายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สินค้าตกแต่งบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะป้องกันมลพิษที่อาจเกิดขึ้น ทั้งวัฏจักรชีวิตของสินค้าอย่างเป็นระบบ แถมยังปลอดสารคมี และไม่สะสมเชื้อโรค เช่น การเลือกสินค้าตกแต่งบ้านที่มีคุณภาพและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เมื่อนํามาเปรียบเทียบกับสินค้าที่ทําหน้าที่อย่างเดียวกัน

รวมถึงมีการจัดการขยะมูลฝอยทั่วไปและขยะอันตรายกลับมาใช้ประโยชน์อย่างอื่น (Reuse) หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ผ่านฉลากเขียว Green label ได้แก่ สุขภัณฑ์ก๊อกน้ำฝักบัว สิ่งทอ ไม้แปรรูป ไม้ตกแต่ง สี เป็นต้น

เพื่อสิ่งแวดล้อม

5. ECO Product สายประหยัดน้ำ

ประหยัดพลังงานไฟฟ้ากันแล้ว อย่าลืมประหยัดพลังงานน้ำอย่างมีประสิทธิภาพกันด้วยนะครับ อีกหนึ่งห้องสำคัญที่เหล่าบรรดาสายกรีนเกือบทุกบ้านให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นการออกแบบตกแต่งห้องน้ำ การเลือกสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ภายในห้องน้ำที่ประหยัดน้ำซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเช่นกัน เพียงสังเกตฉลากบนอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ อาทิ

ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

ฉลากเขียวฉบับใหม่ (ฉบับ TGL-5-R3-11)

ส่วนใหญ่แล้วจะพบบนสินค้าประเภทสุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ และฝักบัว เป็นฉลากที่ช่วยให้สายกรีนตัวแม่มั่นใจได้ว่าสินค้าที่นำมาเป็นองค์ประกอบตกแต่งห้องน้ำนั้นผ่านการทดสอบด้านการประหยัดน้ำ โดยผลิตมาจากวัสดุเหลือใช้ และปลอดสารโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว แคดเมี่ยม

ECO Product

ฉลาก มอก.ประหยัดน้ำ

อยากได้ฝักบัว หรือก๊อกน้ำที่มีดีไซน์ตอบโจทย์การใช้งานสาย ECO มาประดับให้ห้องน้ำแล้วละก็ อย่าลืมมองหาฉลาก มอก.ประหยัดน้ำ เพราะฉลากนี้การันตีได้ว่าผ่านการทดสอบการประหยัดน้ำ มีปริมาตรน้ำไหลและความดัน ตามข้อกำหนดครับ

ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

6. ECO Product สายลดก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจกฟังดูแล้วน่ากลัวไม่น้อยสำหรับสายกรีนตัวแม่ที่เป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยมา การเลือก และคัดสรรสินค้าตกแต่งบ้านที่ผลิตด้วยมาตรฐานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถระบุค่าคาร์บอนฟรุตปรินท์บนฉลากและติดบนตัวสินค้าได้ อีกทั้งสายกรีนยังทราบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าได้อีกด้วยคงดีไม่น้อย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสินค้าในกลุ่มของสี และกระเบื้อง ที่ติดฉลาก Carbon Neutral ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ และฉลากลดคาร์บอนครับ

Green Products

“ต้นน้ำยันปลายน้ำ” ต้อง “ ECO CHOICE ”

นอกจากสินค้าตกแต่งบ้าน 6 กลุ่มข้างต้นแล้ว ปัจจุบันยังมีสินค้าตกแต่งบ้านสาย ECO อีกหนึ่งกลุ่ม ที่ถูกคัดสรรขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับครอบครัวสายกรีนตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำ ยันปลายน้ำ หรือเรียกสั้นๆว่าสินค้ากลุ่ม “ECO Choice” ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนในแต่ละชุมชนให้มีการบริโภคอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน และของใช้ภายในบ้านในกลุ่มนี้ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย อาทิเช่น

สินค้า Eco Friendly

สินค้าคอลเลคชัน BU CRAFTS ภายใต้แบรนด์ HLS ที่เกิดการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาพื้นเมืองจนเกิดเป็นสินค้าตกแต่งบ้านที่มีความทันสมัย ทั้งปลอกหมอน โคมไฟ กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ โดยเกิดจากการนำฝ้ายที่ไม่ผ่านการฟอกมาย้อมสีธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน มีทั้งสีเหลืองอ่อนจากขมิ้น สีฟ้าอมเทาจากหินบะซอลล์ผสมกับใบยูคาลิปตัสออกมาเป็นเส้นเหลือบสีเงินสวยงาม สีส้มจากดินภูเขาไฟ และสีน้ำตาลอ่อนนวลจากเปลือกประดู่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์

ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
สำหรับสายกรีนที่ชอบจัดเก็บบ้านให้เป็นระเบียบ การเลือกหาตะกร้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Friendly) ใช้วัตถุดิบจากเปลือกหอยทะเล 20% ในการผลิต สักสองสามใบมาจัดเก็บสินค้าภายในบ้านคงสร้างความสุขไม่น้อย และยิ่งหากฟังก์ชั่นการใช้งานสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย สามารถพกพาใส่หลังรถ หรือถือไปจ่ายตลาดได้อย่างสะดวก สินค้าวางซ้อนกันได้เพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บก็คงดีไม่น้อยเลยแหละครับ

ECO Product ECO Choice ECO Choice

สินค้า Eco Friendly

ยังมีสินค้าตกแต่งบ้านกลุ่ม ECO อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อการตกแต่งบ้านของสายกรีนตัวแม่ทุก ๆ บ้านที่มีความตั้งใจทำทุกอย่าง และยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่จะเลือกอย่างไรให้คุ้มค่านั้น

คงต้องดูความต้องการใช้งาน รวมถึงฟังก์ชั่นของสินค้าให้ตอบโจทย์ทุก ๆ คนภายในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะครับ เพียงเท่านี้ทุก ๆ บ้านก็สามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นแล้วครับ

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 0 เฉลี่ย: 0]