ถ้าโทรศัพท์มือถือเป็นอวัยวะที่ 33 ของคนยุคนี้ หน้ากากอนามัยคงเป็นอวัยวะที่ 34 เพราะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมีติดตัวตลอดเวลา ด้วยสถานการณ์ที่แวดล้อมด้วยมหันตภัยสุขภาพ เช่น โรคระบาด COVID-19 ที่กลับมาได้ตลอดเวลา และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกำลังเริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ การสวมหน้ากากเอาไว้เสมอ ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับสุขภาพได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้หน้ากากที่วางขายตามท้องตลาดมีมากมาย การเลือกประเภทของหน้ากากอนามัยให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ สามารถป้องกันทั้งการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และป้องกันอันตรายจากมลพิษของฝุ่นบางประเภทได้ แต่หากเลือกใช้ไม่เหมาะ ก็อาจไม่ช่วยอะไรเลยเช่นกัน เนื้อหานี้ HomeGuru จะพาไปทำความรู้จักกับ หน้ากากอนามัย แบบต่างๆ เพื่อให้เลือกซื้อเลือกใช้ได้ตอบโจทย์ที่ต้องการมากที่สุดครับ

หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัย เลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

1. หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หรือแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น

หน้ากากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (surgical face mask) ผลิตขึ้นจากผ้าหรือพอลิโพรไพลีน ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความปลอดภัยและราคาไม่แพง หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป สามารถป้องกันเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาด 3 ไมครอน ที่แพร่กระจายผ่านทางการไอจาม อย่างเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ และ COVID-19 ได้ อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของหน้ากากชนิดนี้ คือ ไม่แนบกระชับกับใบหน้า เวลาใส่อาจมีช่องว่างด้านข้างและด้านล่างทำให้อากาศไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้

หน้ากากอนามัย PM2.5 หน้ากากอนามัย mask หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์

2. หน้ากากคาร์บอน

หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอนสีดํา มีคุณสมบัติไม่ต่างจากหน้ากากทางการแพทย์ แต่จะมีชั้น Carbon ที่ช่วยกรองควันและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่า สามารถกรองเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาด 3 ไมครอนได้ 66.37% และหากสวมใส่ 2 แผ่น จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันถึง 89.75% ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น PM 2.5 หากมีรูปร่างเหมือนหน้ากากเยื่อกระดาษจะไม่สามารถกรองฝุ่นอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้ เพราะหน้ากากยังมีช่องว่างให้อากาศไหลเข้าได้ แต่หากเป็นลักษณะที่ครอบใบหน้าจมูกและปากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หน้ากากคาร์บอน

3. หน้ากาก N95

เป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง ลักษณะพิเศษของหน้ากากชนิดนี้คือ รูปร่างที่สามารถครอบลงไปที่บริเวณหน้า จมูกและปากได้อย่างมิดชิด (บางรุ่นมีช่องสำหรับหายใจให้ด้วย) จึงป้องกันเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน อย่างเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ นอกจากนี้หน้ากาก N95 ยังป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ด้วย โดยมีประสิทธิภาพในการกรองสูงถึงร้อยละ 95 เป็นหน้ากากที่ตรงกับสถานการณ์ฝุ่นและเชื้อโรคมากที่สุด

ข้อด้อยของหน้ากาก N95 คือ ราคาแพงและไม่เหมาะที่จะใช้งานกับผู้ป่วยที่เป็นโรคปอด โรคหอบหืดและหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากลมหายใจผ่านเข้าออกได้ยาก เนื่องจากมีแรงต้านภายใน ทำให้หายใจลำบาก

หน้ากากคาร์บอน PM2.5 หน้ากากฟอกอากาศ หน้ากากอนามัย

หน้ากาก N95

4. หน้ากากผ้า

หน้ากากผ้าสามารถนำมาซักและใช้ซ้ำได้จึงประหยัดกว่า คุณสมบัติด้านการป้องกันฝุ่นละอองจะไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดอนุภาคเล็กมากๆ ได้ เพราะผ้ามีเส้นใยใหญ่ แต่ก็มีชนิดผ้าที่มีเส้นใยเล็ก ทำให้มีประสิทธิภาพในการกันละอองน้ำได้ดี เช่น ผ้าสาลู, ผ้าใยสังเคราะห์, ผ้าฝ้ายมัสลิน ที่ยิ่งซักใยจะยิ่งเล็กเหลือประมาณ 1 ไมครอน (ไวรัส COVID-19 ขนาด 0.05-0.2 ไมครอน) เมื่อนำมาประกอบกัน 2 ชั้นจะป้องกันเชื้อโรคได้ 54-59% ซึ่งเพียงพอสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ป่วยใช้ในพื้นที่แออัด แต่ไม่เหมาะใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5

หน้ากากผ้า

5. หน้ากากฟองน้ำ

เป็นหน้ากากที่ผลิตจากโพลียูรีเทนคาร์บอน ใช้สำหรับใส่กรองอากาศ ควัน ฝุ่น หน้ากากชนิดนี้หายใจสะดวก สามารถซักทําความสะอาดได้ แห้งเร็ว พับเก็บไม่ยับ สามารถคืนรูปเดิมได้ไม่เสียทรง ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันนั้น สามารถกันเกสรดอกไม้และฝุ่นละอองขนาดไม่เล็กมาก แต่ไม่สามารถกันฝุ่นละออง PM 2.5 และเชื้อไวรัสได้ จึงไม่ตรงกับสถานการณ์ที่สุด

หน้ากากผ้าปิดจมูก คล้องคอ หน้ากากกรองฝุ่น PM2.5 หน้ากากอนามัยเด็ก

หน้ากากฟองน้ำ

วิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

ทำความสะอาดมือก่อนใส่ หากเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ให้หันหน้ากากอนามัยด้านสีเขียวเข้มออก เพราะส่วนสีเขียวมีสารกันซึมเคลือบอยู่ จึงไม่ควรใส่กลับด้าน แต่หากเป็นหน้ากากอนามัยชนิดไม่มีสี ให้สังเกตรอยพับของหน้ากาก ด้านที่รอยพับชี้ลงด้านล่างจะเป็นด้านนอก นำด้านที่มีโลหะเส้นเล็กๆ วางที่สันจมูก กดโลหะให้โค้งแนบรับสันจมูก เพื่อให้หน้ากากแนบชิดใบหน้ามากที่สุด จากนั้นจึงดึงหน้ากากส่วนล่างให้ลงมาปิดคาง

วิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

ข้อควรคำนึงถึงอื่นๆ ในการเลือกหน้ากากอนามัย

นอกจากจะมองหาคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการแล้ว ยังควรเลือกขนาดของหน้ากากอนามัยให้เหมาะสมพอดีกับขนาดของใบหน้า หากเป็นเด็กต้องเลือกขนาดเฉพาะ เพื่อไม่ให้หน้ากากอนามัยใหญ่เกินไป ไม่ควรวางหน้ากากบนโต๊ะขณะถอด เพราะอาจสัมผัสเชื้อโรคบนพื้นผิวได้ หรือซื้อหน้ากากรุ่นที่มีสายคล้องคอใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยไม่เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคเพิ่ม

วิธีการเลือกซื้อหน้ากากอนามัย

สำหรับการป้องกันตัวจากเชื้อโรคต่างๆ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส COVID-19 และฝุ่นพิษนั้น ยังต้องดูแลตัวเองและสร้างพฤติกรรมสุขภาพควบคู่ไปกับการใส่หน้ากากอนามัยด้วย เช่น หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์, ลดการใช้มือสัมผัสใบหน้า สัมผัสโต๊ะ ห้องน้ำ ราวจับในที่สาธารณะ หรือในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต้องงดการออกกำลังกายกลางแจ้ง และควรมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านไว้ด้วย จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตได้ครอบคลุมมากขึ้นครับ

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 347 เฉลี่ย: 4.3]