พัดลมดูดอากาศ ตัวช่วยระบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในบ้านที่บางคนอาจมองข้ามไป ไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก เพราะคิดว่าการติดตั้ง พัดลมดูดอากาศห้องครัว หรือ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ ก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่แท้จริงแล้วอาจเกิดจากการเลือกใช้พัดลมดูดอากาศที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น ใช้พัดลมดูดอากาศขนาดเล็กในห้องครัวที่กว้างมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ควรจะเลือกใช้ พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว ขนาดใหญ่ หรือบางบ้านอาจจะเลือกใช้งานอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้พัดลมดูดอากาศแบบติดผนังแทนที่จะใช้ พัดลมดูดอากาศเพดาน ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าในบริเวณที่สามารถติดตั้งกับเพดานได้ เป็นต้น การเลือกใช้ พัดลมดูดอากาศ จึงเป็นเรื่องสำคัญและ HomeGuru ก็พร้อมมาเปิดเทคนิคดี ๆ ให้ทุกคนรู้พร้อม ๆ กันแล้ว

• พัดลมดูดอากาศ เลือกแบบไหนถึงจะใช้ดี!

1. ประเภทของพัดลมดูดอากาศ
2. เทคนิคในการเลือกซื้อพัดลมดูดอากาศ

• ประเภทของพัดลมดูดอากาศ

1. พัดลมดูดอากาศเพดาน

สำหรับ พัดลมดูดอากาศเพดาน นั้นถือว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับใช้เป็น พัดลมดูดอากาศห้องครัว หรือ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ เมื่อเทียบกันกับพัดลมดูดอากาศแบบอื่น ๆ ยิ่งถ้าเป็น พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว ที่มีใบพัดขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปได้มากขึ้นอีก

ลักษณะของ พัดลมดูดอากาศเพดาน จะมีการออกแบบมาให้มีตะแกรงและระบบดูดลมที่ค่อนข้างดี ทำให้เมื่อเปิดใช้งาน พัดลมดูดอากาศเพดาน จะสามารถดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปได้ทั้งหมด และสำหรับใครที่กำลังอยากติดตั้ง พัดลมดูดอากาศห้องครัว หรือ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ ก็สามารถเลือกติดตั้ง พัดลมดูดอากาศเพดาน ได้ 2 แบบ ได้แก่ พัดลมดูดอากาศแบบต่อท่อระบายสำหรับติดตั้งกับเพดานทุกรูปแบบ หรือจะเลือกเป็นพัดลมดูดอากาศแบบไม่ต่อท่อระบายสำหรับติดตั้งบริเวณใต้หลังคาก็ได้ แต่ในกรณีที่อยากติดตั้ง พัดลมดูดอากาศห้องครัว ที่มีการต่อเติมเป็นห้องครัวหลังบ้านหรือห้องครัวนอกบ้านขนาดใหญ่ในพื้นที่ปิดทึบ หากต้องการติดตั้ง พัดลมดูดอากาศเพดาน ก็แนะนำให้ติดตั้ง พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว หรือพัดลมดูดอากาศที่มีขนาดใหญ่เพียงพอต่อพื้นที่ที่ต่อเติมออกมาด้วย

พัดลมดูดอากาศ

พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ พัดลมดูดอากาศห้องครัว

2. พัดลมดูดอากาศผนัง

พัดลมดูดอากาศ แบบติดผนังเป็นพัดลมดูดอากาศที่หลาย ๆ คนคุ้นตากันดีและเป็นที่นิยมมาก ๆ ในการนำมาใช้เป็น พัดลมดูดอากาศห้องครัว และ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ ที่ค่อนข้างแคบและปิดทึบ ซึ่งก็มีขนาดให้เลือกใช้งานหลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึง พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว ที่ถือเป็นพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ และกำลังได้รับความนิยมเพราะ พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว จะช่วยระบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่า แต่ก็กินพื้นที่ติดตั้งไม่มากกว่าเดิมเท่าไรนัก

การติดตั้งพัดลมดูดอากาศแบบติดผนังก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เจาะช่องผนังให้เท่ากับขนาดของพัดลมดูดอากาศที่เลือกมา หากเป็น พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว ก็เจาะช่องให้ใหญ่กว่าขนาด 12 นิ้วสักเล็กน้อย จากนั้นนำตัวพัดลมดูดอากาศใส่เข้าไปในช่องผนังที่เจาะไว้ จากนั้นใช้ยาแนวยิงยึดระหว่างรอยต่อของผนังและตัวเครื่องเพื่อให้ตัวพัดลมดูดอากาศติดอยู่กับผนังได้อย่างมั่นคง ไม่หลุดร่วงลงมั่นเอง

พัดลมดูดอากาศห้องครัว

พัดลมดูดอากาศเพดาน พัดลมดูดอากาศเพดาน พัดลมดูดอากาศเพดาน

3. พัดลมดูดอากาศติดกระจก

พัดลมดูดอากาศแบบติดกระจกนั้นเป็นพัดลมดูดอากาศแบบที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับกระจกโดยเฉพาะ จึงไม่ค่อยเห็นการนำมาใช้เพื่อเป็น พัดลมดูดอากาศห้องครัว และ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ มากนัก แต่มักจะติดตั้งอยู่ตามสำนักงาน ห้องเรียน หรือห้องรับรองส่วนกลางของอาคารต่าง ๆ มากกว่า ซึ่งพัดลมดูดอากาศแบบติดกระจกนั้นมีระบบการทำงานให้เลือกอยู่ 2 รูปแบบ นั่นคือ ระบบดูดอากาศและระบายอากาศ นอกจากนี้พัดลมดูดอากาศแบบติดกระจกรุ่นใหม่ ๆ มักจะมีระบบสวิตช์เพื่อช่วยป้องกันปัญหาสายขาดหรือชำรุดเสียหายด้วย

และนอกจากพัดลมดูดอากาศทั้ง 3 ประเภทแล้ว ยังมีไอเทมดี ๆ ที่จะช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในบ้านและยังช่วยไม่ให้บ้านร้อนอย่างช่องลมระบายอากาศให้เลือกใช้กันด้วย ถ้าสนใจก็ตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ช่องลมระบายอากาศบ้าน ตัวช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน

พัดลมดูดอากาศ

• เทคนิคในการเลือกซื้อ พัดลมดูดอากาศ

1. เลือกประเภทของพัดลมดูดอากาศ

อย่างที่อธิบายไปแล้วว่าพัดลมดูดอากาศมีอยู่ 3 ประเภท ดังนั้นจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น พัดลมดูดอากาศห้องครัว ก็สามารถเลือกใช้แบบติดผนังที่มีระบบระบายอากาศออกโดยตรง เพื่อให้สามารถติดเหนือเตาไฟ หรือสามารถเลือกติดตั้งตามจุดต่าง ๆ บนผนังได้เลย

2. เลือกตำแหน่งการติดตั้ง

การหาจุดติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่เหมาะสมจะต้องพิจารณาทิศทางการไหลเวียนของอากาศภายในห้องก่อน โดยจุดติดตั้งที่ดีที่สุดจะต้องตรงกับช่องลม หรือด้านที่รับการไหลของอากาศให้เข้ามาภายในห้องเพื่อช่วยให้พัดลมดูดอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนความสูงของการติดตั้งนั้นควรให้อยู่สูงจากพื้นห้องประมาณ 1.80 – 2.40 เมตร

3. เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง

พัดลมดูดอากาศนั้นมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้งาน ดังนั้นจึงต้องเลือกขนาดของพัดลมดูดอากาศให้เหมาะสม กับขนาดห้อง เช่น เลือกใช้ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ ที่มีใบพัดขนาดเล็ก 8 นิ้ว สำหรับห้องน้ำที่มีขนาดไม่กว้างนัก แต่อาจเลือกใช้ พัดลมดูดอากาศ 12 นิ้ว สำหรับห้องน้ำที่มีขนาดกว้างมาก ๆ เป็นต้น

พัดลมดูดอากาศ

4. เลือกวัสดุของใบพัด

ปัจจุบันใบพัดของพัดลมดูดอากาศมีมากมายหลายแบบ ทั้งใบพัดเหล็กที่แข็งแรงทนทาน, ใบพัด PVC ที่ทนต่อปฏิกิริยาเคมีและติดไฟยาก, ใบพัดพลาสติก ABS ที่มีคุณสมบัติเหนียว แข็ง แต่ก็มีความอ่อนนิ่ม การเลือกใช้งานพัดลมดูดอากาศจึงควรเลือกใบพัดที่แข็งแรงและทำความสะอาดง่ายด้วย

5. เลือกจากความเร็วรอบและเสียงไม่ดังรบกวน

ความเร็วรอบการทำงานของพัดลมดูดอากาศนั้นมีผลในเรื่องของความเร็วในการดูดอากาศจากภายในห้องออกไปภายนอกห้อง รวมไปถึงปริมาณของอากาศที่ถูกดูดออกไปด้วย ห้องที่มีกลิ่นแรงมาก ๆ อย่างห้องครัวไทยจึงควรเลือกพัดลมดูดอากาศที่มีความเร็วรอบตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาทีขึ้นไป แต่ยิ่งมีความเร็วรอบมากเท่าไหร่ก็ต้องระวังเรื่องเสียงดังรบกวนด้วยเช่นกัน

พัดลมดูดอากาศห้องครัว

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อ พัดลมดูดอากาศ ที่ HomeGuru นำมาฝากกัน หวังว่าครั้งต่อไปใครที่จะเลือกซื้อ พัดลมดูดอากาศห้องน้ำ หรือห้องครัวสักเครื่องจะได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กัน! และอย่าลืมมาเลือกช้อปพัดลมดูดอากาศคุณภาพดีได้ที่โฮมโปรทุกสาขา หรือช้อปผ่านทางออนไลน์ได้ทาง www.homepro.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HomePro Call Center โทร 1284

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 1 เฉลี่ย: 4]