ไฟดาวน์ไลท์ มากกว่าการให้แสงสว่าง คือการเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องให้อบอุ่น สวยงาม น่าอยู่ยิ่งขึ้น ปัจจุบันไฟดาวน์ไลท์ เป็นหลอดไฟที่ได้รับความนิยมในการติดตั้งใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประหยัดพลังงานไฟฟ้า ในราคาที่คุ้มค่า และที่สำคัญคือส่องสว่างเพิ่มความสวยงามให้กับห้อง มีให้เลือกใช้งานหลากหลายประเภท เช่น ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย ไฟดาวน์ไลท์สี่เหลี่ยม ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน รวมถึงสไตล์ในการออกแบบและตกแต่งบ้านที่แตกต่างกัน วันนี้ HomeGuru จะพาทุกบ้านไปทำความรู้จักกับไฟดาวน์ไลท์ หนึ่งในไอเทมเพิ่มแสงสว่าง ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศทุกห้องภายในบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพื่อให้ง่ายในการเลือกซื้อ เลือกใช้และติดตั้งครับ

ทำความรู้จัก ไฟดาวน์ไลท์

ไฟดาวน์ไลท์

ไฟดาวน์ไลท์ หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Down light Luminaire” คือไฟที่ให้แสงสว่างในลักษณะ ส่องลง โดยแสงสว่างจะกระจายอยู่บริเวณด้านล่าง จึงเหมาะสำหรับติดตั้งใช้งานกับทุกห้องภายในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่กว้างมากนักเพื่อให้ได้แสงสว่างที่เพียงพอ ลักษณะของไฟดาวน์ไลท์แม้จะมีขนาดที่เล็ก แต่ก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ทุกห้องภายในบ้านอบอุ่น สบายตา โดดเด่น หรูหราอย่างมีเสน่ห์ และที่สำคัญคือช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าหลอดไฟทั่ว ๆ ไปอีกด้วยครับ ด้วยเหตุนี้เองหลาย ๆ บ้านจึงนิยมนำไปติดตั้งใช้งาน

4 ประเภท ไฟดาวน์ไลท์ ที่เป็นที่นิยม

ไฟดาวน์ไลท์มีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 ประเภท โดยการเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับลักษณะในการติดตั้ง ซึ่งแต่ละประเภทจะมีความแตกต่าง และความเหมาะกับการใช้งานอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลยครับ

1. ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังใต้ฝ้า หรือ Recessed Downlight

ไฟดาวน์ไลท์

ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังใต้ฝ้า เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมในการติดตั้งและใช้งาน เพราะ ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า เป็นไฟที่มีความสวยงาม เมื่อนำไปติดตั้งภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม จะช่วยเพิ่มความสวยงาม และความหรูหราให้ภายในห้องได้อย่างกลมกลืน เพราะจะไม่เห็นตัวหลอดไฟโผล่ออกมาจากส่วนของผนังของเพดานบ้าน โดยโคมไฟจะเรียบเนียนเป็นแนวเดียวกันกับฝ้าเพดานทั้งหมด

2. ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย หรือ Surface Downlight

ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า

แม้จะเป็นไฟที่ให้แสงสว่าง แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ช่วยให้บ้านสวยโดดเด่นได้เช่นกัน เพราะ การติดตั้ง ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก หลังการติดตั้งจะสามารถมองเห็นหลอดไฟได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับบ้านที่ไม่มีฝ้า หรือบ้านที่ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ ที่เน้นการออกแบบตกแต่งให้เห็นโครงสร้างของวัสดุโดยไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มเติม

3. ไฟดาวน์ไลท์แบบแขวน หรือ Pendant Luminaire

ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า

โดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่มีความหลากหลายให้เลือกใช้งาน นอกจากฟังก์ชันที่ให้แสงสว่าง เปลี่ยนอารมณ์ให้กับทุกห้องภายในบ้านแล้ว ไฟดาวน์ไลท์แบบแขวน ยังช่วยให้การตกแต่งห้องแปลกตาไม่ซ้ำใคร เพราะ การติดตั้งจะมีสายห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน ใครที่เน้นความดิบ เท่ หรือสไตล์ลอฟท์ ไฟประเภทนี้น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้มากทีเดียวครับ

4. ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังกึ่งลอย หรือ Semi Recessed Downlight

ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย

หากต้องการไฟที่มีดีไซน์แปลกตาเมื่อ การเลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังกึ่งลอย น่าจะเป็นไฟทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะการติดตั้งของไฟดาวน์ไลท์แบบฝังกึ่งลอยจะฝังอยู่บนฝ้าเพดาน โดยจะมีส่วนหนึ่งของไฟที่โผล่ออกมา จึงเหมาะสำหรับสายตกแต่งบ้านที่ต้องการเพิ่มดีไซน์ลูกเล่นให้กับห้อง

ไฟดาวน์ไลท์สี่เหลี่ยม ไฟดาวน์ไลท์ ไฟดาวน์ไลท์ LED

ไฟดาวน์ไลท์เลือกใช้งานอย่างไรให้ตอบโจทย์

ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย

การเลือกใช้งานไฟดาวน์ไลท์ไม่ว่าจะเป็นประเภท ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า ไฟดาวน์ไลท์ติดลอย ไฟดาวน์ไลท์สี่เหลี่ยม แนะนำให้ใช้คู่กับหลอดประหยัดไฟ โดยสามารถติดตั้งได้ทั้ง แนวดิ่ง และแนวนอน ซึ่งการติดตั้งงมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ

• การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ในลักษณะแนวนอน ลักษณะของไฟจะกระจายตัวในบริเวณกว้าง เหมาะสำหรับการติดตั้งบนผนังเพดานแคบ
• การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ในลักษณะแนวดิ่ง หรือแนวตั้ง เป็นที่นิยมใช้ เพราะ จะกระจายความร้อนได้ดีกว่าการติดตั้งในแนวนอน แต่จำเป็นต้องกำหนดจุดติดตั้งให้ดีเสียก่อน เพราะแสงไฟดาวน์ไลท์ที่ติดตั้งในลักษณะแนวดิ่งอาจจะรบกวนขณะนั่งทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้ หลอดไฟที่ใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นหลอดตะเกียบ

ไม่เพียงแต่การติดตั้งเท่านั้น การเลือกใช้งานไฟดาวน์ไลท์ยังมีข้อควรพิจารณาในการติดตั้งใช้งานดังนี้ครับ

• รัศมีส่องสว่างของไฟดาวน์ไลท์

เพื่อให้ได้แสงสว่างที่เหมาะสม และพอเหมาะในการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ก่อนการเลือกซื้อ ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า ควรสังเกตที่ข้างกล่องก่อนการเลือกซื้อ โดยบริเวณข้างกล่องจะแสดงข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างความกว้างของรัศมีแสงไฟ กับความสูงของดวงโคม เพื่อบอกระยะห่างของดวงโคมไฟ ช่วยให้ง่ายและสะดวกในการกำหนดตำแหน่งในการติดตั้ง จำนวนหลอดไฟ และความสูง เมื่อต้องติดตั้งในพื้นที่จริง

• การสะท้อนของแสงไฟ มีให้เลือกใช้งานตามความต้องการ และความเหมาะสม 3 ประเภทคือ

1. แบบที่ให้แสงสว่างอย่างเต็มที่ จะเป็นผิวเรียบมันวาว หรือเรียกว่า Clear Anodized
2. แบบที่ให้แสงเป็นประกาย เฉพาะจุด จะเป็นผิวมันแต่มีมุมที่หักเหแสง หรือเรียกว่า Beehive Facet
3. แบบที่ให้แสงนุ่มนวล เป็นประกาย จะเป็นผิวเหลี่ยมมีมุมหักเหแสง หรือ Sand Blast & Line Facet

• ขนาดความสูงของโคมไฟ

ขนาดความสูงของโคมไฟ เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง จำเป็นต้องมีช่องว่างระหว่างการติดตั้ง และเลือกให้พอดี เหมาะสมกับพื้นที่ผนังเพดานที่จะติดตั้ง เพราะจะช่วยระบายความร้อนขณะเปิดใช้งาน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเว้นระยะห่างในการติดตั้งอย่างน้อย 5 เซนติเมตร

ตำแหน่งติดตั้ง ไฟดาวน์ไลท์ ที่เหมาะสม

การกำหนดตำแหน่งในการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ในแต่ละห้องมีความแตกต่างกัน ดังนี้

• ห้องนอน ระยะห่างในการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แต่ละดวงควรเว้นระยะห่าง 1.5 เมตร
• ห้องทำงาน ระยะห่างในการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แต่ละดวงควรเว้นระยะห่าง 0.8 เมตร
• ห้องนั่งเล่น ระยะห่างในการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แต่ละดวงควรเว้นระยะห่าง 1 เมตร

นอกจากระยะห่างแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสูงระหว่างพื้นและฝ้าเพดานซึ่งควรสูงประมาณ 2.5 เมตร และขนาดความเล็กและใหญ่ของโคมไฟเพื่อความสวยงามในการติดตั้ง

โคมไฟดาวน์ไลท์ ไฟดาวน์ไลท์ โคมไฟดาวน์ไลท์ LED

ไฟดาวน์ไลท์ ถือได้ว่าเป็นหลอดไฟที่ได้รับความนิยมในการติดตั้งใช้งาน โดยเฉพาะ ไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า เพราะนอกจากฟังก์ชันการใช้งานที่ให้แสงสว่างเป็นหลักแล้ว แสงของไฟดาวน์ไลท์ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เปิดใช้งาน แต่ก่อนการเลือกซื้อไฟดาวน์ไลท์ อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยที่ HomeGuru กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งในด้านขนาดพื้นที่ ตำแหน่งในการติดตั้ง รวมถึงสไตล์ในการออกแบบตกแต่งบ้านว่าเหมาะสมกับการติดตั้งหลอดไฟดาวน์ไลท์หรือไม่ และอย่าลืมคำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงานไฟ อายุการใช้งาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวด้วยนะครับ

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 0 เฉลี่ย: 0]