ปัญหาสุดกวนใจ กับ วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่ทำให้แม่บ้านต้องกุมขมับ โดยเฉพาะการเปิดตู้เย็นมาแล้วเจอกับของที่พะรุงพะรัง อัดแน่นไปด้วยของกินนานาชนิด แต่จะดีกว่ามั้ย หากเราจะมาลองหา วิธีการล้างตู้เย็น ที่เหมาะกับคนยุคใหม่ ที่ไม่มีเวลามานั่งรื้อหรือเก็บเล็กเก็บน้อย โดยในวันนี้ HomeGuru ก็จะมาเปิดเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณ ทำความสะอาดตู้เย็น ได้อย่างรวดเร็วทันใจ ง่าย ๆ แค่ 10 นาที เท่านั้น

วิธีทำความสะอาดตู้เย็น

หากคุณเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วมีความรู้สึกว่ารก หยิบจับอะไรไม่สะดวก แถมยังได้กลิ่นของกินตุ ๆ เข้าจมูก ถึงเวลาแล้วที่เราจะมา ทำความสะอาดตู้เย็น ให้ใหม่เอี่ยม
1. วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่เห็นผลเร็ว ตู้เย็นต้องโล่ง
2. ก่อนเริ่มเข้าสู่ วิธีทำความสะอาดตู้เย็น อย่าลืมดึงปลั๊กไฟออกก่อน
3. คัดเลือกของที่จะใช้และทิ้งออกจากกัน
4. แยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตู้เย็น เพื่อนำมาทำความสะอาด
5. ล้างตู้เย็นด้วยฟองน้ำให้เอี่ยม
6. วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่ดี อย่าลืมกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
7. ทยอยเก็บของเข้าตู้เย็น พร้อมจัดระเบียบใหม่
8. เพิ่มกลิ่นหอมให้ตู้เย็น พร้อมวางกับดัก

ทำความสะอาดตู้เย็น

1. วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่เห็นผลเร็ว ตู้เย็นต้องโล่ง

การ ทำความสะอาดตู้เย็น สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ การทำให้ตู้เย็นมีความโล่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนิสัยของคนไทยหลาย ๆ คน ก็คงจะมีอาการเดียวกันคือ โรคเสียดายของ ที่ไม่ว่าจะซื้ออะไรมาไว้ในบ้าน ก็มักจะเอาเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอ บางอย่างก็หมดอายุ หรือหากเป็นของสดก็แทบจะเน่าคาตู้ ทำให้อาหารชนิดอื่น ๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นที่สะสม

เพราะฉะนั้น คุณต้องมากำจัดของที่ควรทิ้งให้เรียบร้อย โดยเฉพาะของกินที่เก็บมานานแล้ว ให้เอาทิ้งได้เลย ไม่ต้องเสียดาย เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเน่าคาตู้ได้ แนะนำว่า ให้หาถุงขยะสำหรับใส่เศษอาหารมาใช้โดยเฉพาะ เพื่อแยกขยะออกจากกันและง่ายต่อการทิ้ง หากเป็นอาหารที่มีน้ำก็อาจจะต้องซ้อนถุงเพิ่มอีก 1 ชั้น ป้องกันการรั่ว

2. ก่อนเริ่มเข้าสู่ วิธีทำความสะอาดตู้เย็น อย่าลืมดึงปลั๊กไฟออกก่อน

ก่อนจะเข้าสู่ วิธีการล้างตู้เย็น แบบเต็มขั้น แนะนำให้ดึงปลั๊กไฟออกก่อนให้เรียบร้อย หลังจากที่เก็บกวาดอาหารในตู้เย็นที่ไม่สามารถกินได้ออกหมดแล้ว ซึ่งข้อดีของการดึงปลั๊กไฟก่อนล้างตู้เย็น ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันการโดนไฟดูดและเพื่อความปลอดภัยในการทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้ำแข็งในช่องฟรีชละลายได้เร็ว โดยเฉพาะบ้านที่อาจจะไม่ได้ทำการละลายน้ำแข็งเป็นประจำ จนทำให้น้ำแข็งมีความหนา

ล้างตู้เย็น

3. คัดเลือกของที่จะใช้และทิ้งออกจากกัน

ถึงแม้ว่าเราจะเคลียร์อาหารหรือของกินที่อยู่ในตู้ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียบร้อยดี 100% เนื่องจากวิธีทำความสะอาดตู้เย็นที่ครบครันจริง ๆ ต้องมานั่งตรวจเช็กสิ่งของอื่น ๆ ที่อยู่ในตู้นอกเหนือจากอาหารด้วย ว่ามีอะไรที่ควรจะทิ้งเพิ่มเติมอีกบ้าง ยกตัวอย่างเช่น

  • เครื่องปรุงรส ให้เช็กปริมาณว่าเหลือมากน้อยแค่ไหน หมดอายุแล้วหรือไม่ ในกรณีที่เหลือไม่มาก แนะนำว่าให้ทิ้งได้เลย
  • ซอสชนิดต่าง ๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ ไม่ควรจะเก็บไว้นานเกินไป ซึ่งตามที่จริงแล้วเป็นซอสที่ไม่เหมาะกับการเก็บในตู้เย็น เพราะเป็นซอสที่ผ่านกระบวนการหมักและใช้ความร้อน แถมการแช่ตู้เย็นยังทำให้เนื้อสัมผัสหนืดและข้นมากขึ้น
  • เครื่องเทศ ถือว่าเป็นการเก็บรักษาที่ผิดวิธี การเอาเครื่องเทศแช่ตู้จะทำให้ดูดซับความชื้น ก่อให้เกิดเชื้อรา เพราะฉะนั้น หากแช่เครื่องเทศไว้ในตู้เย็น ควรเอาทิ้งทันที ไม่ควรเก็บไว้ใช้ต่อ
  • สมุนไพร เชื่อว่าบางคนอาจจะเผลอเก็บสมุนไพรไว้ในตู้เย็น ซึ่งการแช่ตู้เย็นจะทำให้สมุนไพรเกิดการคายน้ำ ใบเหี่ยวเฉา ส่งผลให้สรรพคุณลดลง เพราะฉะนั้น ให้เอาออกและอย่าแช่ตู้เด็ดขาด

ทำความสะอาดตู้เย็น

4. แยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตู้เย็น เพื่อนำมาทำความสะอาด

เมื่อทำการเคลียร์ตู้เย็น รวมถึงแยกของที่จะเก็บหรือทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้มาแยกสิ้นส่วนต่าง ๆ ของตู้เย็นออกจากกัน เพื่อนำมาทำความสะอาด โดยเฉพาะชิ้นส่วนบางอย่างที่อาจจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก เพราะฉะนั้น การแยกชิ้นส่วนออกมา จะทำให้สามารถ ทำความสะอาดตู้เย็น ได้ทั่วถึงและง่ายมากกว่าการเช็ดโดยที่ไม่แยกชิ้นส่วน ซึ่งตู้เย็นแต่ละประเภทก็จะมีชิ้นส่วนที่ต้องทำความสะอาดมากน้อยไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะ ตู้เย็นอัจฉริยะ ที่มีหลากหลายฟังก์ชันและมีองค์ประกอบหลายส่วน

สำหรับการล้างชิ้นส่วนบางอย่างของตู้เย็น เช่น ถาดรอง ถาดรองน้ำแข็ง เมื่อถอดออกมาแล้วสามารถล้างโดยการใช้ฟองน้ำและน้ำยาล้างจานได้เลย และเมื่อล้างเรียบร้อยแล้วก็ให้เอาไปผึ่งให้แห้ง เพื่อเตรียมนำมาประกอบเข้าตู้เย็นใหม่อีกครั้ง

5. ล้างตู้เย็นด้วยฟองน้ำให้เอี่ยม

หลังจากที่ล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตู้เย็นแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการ ทำความสะอาดตู้เย็น บริเวณภายในตู้ โดยให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจาน แล้วเอามาเช็ดทำความสะอาดได้เลย แนะนำว่าให้เช็ดทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด หลังจากเช็ดคราบต่าง ๆ เสร็จแล้ว ก็ให้เอาฟองน้ำไปชุบน้ำเปล่าแล้วมาเช็ดตามให้เรียบร้อย จนกว่าฟองจากน้ำยาล้างจานจะหมด

ในกรณีที่พบว่า คราบที่อยู่ในตู้ฝังแน่น ไม่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ด้วยน้ำยาล้างจาน แนะนำว่า ให้เอาแอมโมเนียผสมกับน้ำอุ่น ในอัตราส่วน 1:4 หลังจากนั้นเอาไปแต้มบริเวณคราบหรือแช่ไว้ 3 – 5 นาที หลังจากนั้นให้ขัดด้วยฟองน้ำตามปกติได้เลย

นอกจากนี้ อย่าลืมทำความสะอาดบริเวณขอบประตูตู้เย็นทุกครั้งที่ต้องการล้างตู้เย็น เพราะหากสะสมไว้เป็นเวลานานอาจจะทำให้มีเชื้อราได้ วิธีการทำความสะอาดที่ได้ผลดีที่สุด ก็คือ การนำผ้าชุบกับเบกกิ้งโซดา แล้วเอาไปเช็ดตามขอบให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ขอบประตูตู้เย็นของคุณก็จะกลับมาสะอาดและใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมาเลยทีเดียว

วิธีล้างตู้เย็น

6. วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่ดี อย่าลืมกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

ถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยดีแล้ว แต่จะสังเกตได้เลยว่า ตู้เย็นยังคงมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะฉะนั้น ให้ทำการดับกลิ่นภายในตู้เย็นก่อนที่จะประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ กลับเข้าที่เดิม โดยใช้น้ำร้อน ¼ ถ้วยตวง ผสมกับเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ หลังจากนั้นนำมาล้างตู้เย็นอีกรอบเพื่อดับกลิ่น นอกจากนี้ ตัวเบกกิ้งโซดายังช่วยกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราได้ดีอีกด้วย

วิธีทำความสะอาดตู้เย็น

7. ทยอยเก็บของเข้าตู้เย็น พร้อมจัดระเบียบใหม่

หลังจากที่เสร็จสิ้น วิธีการล้างตู้เย็น พร้อมดับกลิ่นแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้เข้าที่ ระหว่างนี้ก็อย่าลืมเช็กความสะอาดอีกสักรอบด้วย เมื่อประกอบทุกอย่างครบถ้วน ก็ให้ทยอยเก็บของที่รื้อออกมาเข้าตู้เย็น พร้อมจัดวางของที่จะเก็บให้เรียบร้อย เป็นระบบ แยกโซนออกจากกันอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถเอามาใช้ได้ ก็คือ การคัดแยกอาหารออกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน มีการลำดับอาหารภายในตู้ เช่น ของที่เก็บได้นานควรจะเก็บไว้ด้านใน แต่หากเป็นของสดให้เอาไว้ด้านนอก นอกจากนี้ ให้จัดระเบียบด้วยการใช้กล่องจัดระเบียบหรือใช้กล่องอาหารพลาสติกทั่ว ๆ ไป เพราะนอกจากจะทำให้ตู้เย็นมีระเบียบ ยังช่วยให้หยิบจับมาใช้สอยได้ง่าย รวดเร็ว ไม่รกรุงรังอีกต่อไป

วิธีการล้างตู้เย็น

8. เพิ่มกลิ่นหอมให้ตู้เย็น พร้อมวางกับดัก

ถึงแม้จะรู้วิธีทำความสะอาดตู้เย็นแบบจัดเต็ม รวมถึงเทคนิคการจัดระเบียบตู้เย็นใหม่ไปแล้ว แนะนำว่าให้เพิ่มอีก 1 วิธี คือ เพิ่มกลิ่นหอมให้กับตู้เย็นพร้อมกับวางกับดักดับกลิ่น เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นอาหารสะสมจนทำให้ต้องมานั่งรื้อตู้เย็นอีกหลายรอบไม่รู้จบ

1. เพิ่มความหอมด้วยน้ำมันหอมระเหย

เทคนิคแรกของการเพิ่มความหอม คือ การใช้สำลีชุบกับน้ำมันหอมระเหย ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นวานิลา กลิ่นเลมอน กลิ่นส้ม หรืออื่น ๆ ตามความชอบ แล้วเอาไปวางไว้ในตู้เย็น อาจจะวางไว้มุมใดมุมหนึ่งก็ได้ เพื่อเป็นการเพิ่มความหอมและความสดชื่นให้กับตู้เย็นตัวโปรด เมื่อกลิ่นเริ่มจางก็ให้เปลี่ยนสำลีใหม่ได้เลย

2. ถ่านดับกลิ่นและผงกาแฟช่วยได้

หนึ่งในตัวช่วยที่จะทำให้ตู้เย็นของคุณไม่เหม็นหืน ก็คือ การใช้ถ่านดับกลิ่นไปวางไว้ในตู้เย็น บางบ้านอาจจะเลือกใช้ผงกาแฟสดก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ สามารถนำเบกกิ้งโซดาใส่แก้วเล็ก ๆ แล้ววางไว้ในตู้เพื่อดับกลิ่นแทนก็ได้

3. ดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์

สำหรับช่องใส่ผักสด แนะนำว่าให้ดักกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรืออาจจะใช้กระดาษถุงสีน้ำตาลก็ได้ โดยให้นำมาขยำแล้วเอาไปวางไว้ในช่องที่ใส่ผักสดด้านล่าง ข้อดีของการใช้กระดาษคือ ช่วยดูดซับกลิ่นภายในตู้ ทั้งยังช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้กับผักได้นานกว่าเดิม

ตู้เย็น hitachi ตู้เย็น samsung ตู้เย็น beko

บอกเลยว่า วิธีทำความสะอาดตู้เย็น ที่ HomeGuru นำมาฝากคุณในวันนี้ จะทำให้การ ทำความสะอาดตู้เย็น กลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น ทำตามนี้รับรองเลยว่า เพียง 10 นาที ก็สามารถเคลียร์ตู้เย็นได้แล้ว เรียกว่าเป็นทริคง่าย ๆ ของ วิธีการล้างตู้เย็น ที่คุณทำได้เอง และหากกำลังมองหาตู้เย็นราคาดี ฟังก์ชันโดน สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ HomePro แล้วคุณจะพบกับสินค้าที่หลากหลายให้เลือกสรร


สอบถามบริการล้างทำความสะอาดตู้เย็นเพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Home Service by HomePro : m.me/Homeservicebyhomepro
Line : https://lin.ee/uN8D4Zl หรือ @Homeproservice
Call Center : 1284
Mobile app :
https://bit.ly/372RTMT

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 1 เฉลี่ย: 4]