เด็กซนเป็นเรื่องธรรมดา เพราะวัยเด็กเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ ทำให้น้องๆ หนูๆ สนใจและสนุกกับการหยิบจับสิ่งของใกล้ๆ ตัวมาเล่นเป็นพิเศษ ซึ่งบางครั้งความซนก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ด้วยความไร้เดียงสาของตัวเด็กเอง

ในระยะนี้ที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 สถานที่รับเลี้ยงเด็กและสถานศึกษาต่างปิดให้บริการ ส่งผลให้เด็กๆ ออกไปไหนไม่ได้จำต้องใช้เวลาอยู่ในบ้านทั้งวัน แม้ว่าผู้ปกครองหลายๆ ท่านจะวางใจว่าบ้านคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจมีจุดที่หลงหูหลงตา ควรมองหา “อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก” ในการเล่นสนุกเตรียมไว้ด้วย จะช่วยสร้างความมั่นใจหายห่วงในความซนของเด็กๆ ยิ่งขึ้นครับ

อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก

แนะนำ 7 ไอเทมช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เด็กๆ

1.ยางกันกระแทกขอบมุมโต๊ะ

ความสูงของโต๊ะเป็นระดับความสูงใกล้เคียงกับศีรษะของเด็กๆ จึงเป็นจุดเสี่ยงที่เด็กเล็กมักเดินชนขอบโต๊ะบ่อยครั้ง โดยเฉพาะมุมโต๊ะที่มีลักษณะเป็นมุมแหลม อาจสร้างบาดแผลลึกได้เมื่อการกระแทก คุณพ่อคุณแม่ควรหายางหรือโฟมกันกระแทกขอบโต๊ะมาติดไว้ เพื่อเพิ่มความอ่อนนุ่ม ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กๆ เผลอเดินหรือวิ่งชนได้เป็นอย่างดี

ที่กันกระแทรกโต๊ะที่กันกระแทรกโต๊ะที่กันกระแทรกโต๊ะที่กันกระแทรกโต๊ะ

อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก

2.แผ่นยางปูพื้นกันกระแทก

พฤติกรรมของเด็กๆ มักชอบวิ่งซนและกระโดดโลดเต้นบ่อยๆ อุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นล้มจึงมีสถิติสูงที่สุดในบ้าน พื้นที่กิจกรรมละเล่นในบ้านควรปูด้วยวัสดุกันลื่นพื้นผิวอ่อนนุ่ม อย่างเช่น แผ่นยางปูพื้น เบาะฟองน้ำ แผ่นโฟมปูพื้น ทำให้ไม่ลื่นล้มง่าย ถ้าเลือกแบบแผ่นจิ๊กซอว์มาต่อเป็นผืน จะช่วยเพิ่มกิจกรรมสนุกๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นไปด้วยในตัว

อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก

3.ที่กั้นกันตกเตียง

หลายๆ บ้านฝึกให้ลูกน้อยนอนบนเตียงที่สูงจากพื้น ซึ่งบางครั้งผู้ปกครองหรือคนดูแลไม่ทันได้สังเกตคิดว่าเด็กๆ ยังหลับสบายอยู่บนที่นอน แต่ด้วยความซุกซนอาจทำให้เด็กปีนหรือกลิ้งตกลงมาจากเตียงจนได้รับบาดเจ็บ สำหรับเตียงเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ จึงควรมีอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุอย่างที่กั้นเตียงเอาไว้ ควรเลือกแบบที่กั้นแล้วแนบสนิทกับที่นอน ไม่มีช่องว่างระหว่างที่นอนกับที่กั้น ไม่มีลักษณะเป็นซี่ๆ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายกับเด็กทารกได้

อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก

4.ที่ครอบปลั๊ก ป้องกันไฟดูด

ปลั๊กไฟเป็นจุดหนึ่งที่น้องหนูจอมซนสนใจ ด้วยลักษณะที่เป็นรู เด็กจำนวนไม่น้อยจึงชอบสำรวจด้วยการเอานิ้วแหย่เข้าไป ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดูดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากเป็นการติดตั้งปลั๊กใหม่ควรเลือกปลั๊กที่มีม่านนิรภัย หรือหากเป็นปลั๊กรุ่นทั่วไปควรป้องกันด้วยการใช้ที่ครอบปลั๊กแบบพลาสติกมาติดครอบเสริมไว้ และอย่าละเลยสายไฟที่วางระเกะระกะบนพื้น ควรม้วนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หรือใช้เทปพันแปะติดกับพื้น ป้องกันเด็กดึงเล่นหรือเดินสะดุดสายไฟล้ม

MAMORU

5.ตาข่ายคลุมพัดลม

พัดลมแบบตั้งโต๊ะหรือตั้งพื้นที่มีใบพัดกำลังหมุนๆ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เด็กๆ ชอบมาก และมักจะเข้าไปป้วนเปี้ยนเอานิ้วมือน้อยๆ ไปแหย่เล่นยามคุณพ่อคุณแม่เผลอ จนถูกใบพัดปัดโดนนิ้วให้บาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง หากเปลี่ยนไปใช้พัดลมแบบติดผนังหรือพัดลมไร้ใบพัดจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ค่อนข้างมาก แต่ถ้ายังไม่สะดวกติดตั้ง แนะนำให้หาอุปกรณ์ครอบพัดลม อย่างเช่น ตะแกรงหรือตาข่ายคลุมพัดลม มาครอบพัดลมทุกตัวในบ้านไว้ก็ได้เช่นเดียวกัน

พัดลมติดผนังพัดลมติดผนังพัดลมติดผนังพัดลมติดผนัง

อุปกรณ์ความปลอดภัยเด็ก

6.แผ่นปิดข้างประตู กันประตูหนีบนิ้วลูก

บ้านทุกหลังและเกือบทุกห้องที่มีประตูที่เปิดเข้าเปิดออกอยู่บ่อยครั้ง เด็กเล็กมีแรงไม่มากและยังไม่มีความระมัดระวังเท่าผู้ใหญ่ บ่อยครั้งที่ปิดประตูแล้วดึงมือออกไม่ทันเกิดหนีบมือ ทำให้บาดเจ็บไม่น้อย ปัญหานี้จะหายไปเมื่อติดแผ่นปิดข้างประตูกันประตูหนีบนิ้วมือลูก มีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น แบบแผ่นยางติดระหว่างประตูกับวงกบ (ตรงบานพับ) ซึ่งจะมีช่องว่างเล็กๆ ที่นิ้วเด็กสอดเข้าไปได้ กับแบบที่เสียบกับบานประตู เป็นอุปกรณ์บังคับบานประตูให้ปิดแบบนุ่มนวล หรือ อุปกรณ์ล็อกช่วยป้องกันเด็กไม่ให้เปิดลิ้นชัก ตู้เย็น ตู้ ประตู ห้องน้ำ และอื่นๆ เองได้



บ้านไหนมีลูก วัยกำลังซน เปิดตู้นู้น ปิดตู้นี่ หนีบมือกันเป็นแถว ขอแนะนำอุปกรณ์เซฟตี้เด็ก แค่ติด และล็อค บริเวณตู้ แนบสนิท หายห่วงหมดกังวลแน่นอน

7.ประตูกั้นบันได

จุดเสี่ยงสุดท้ายและอาจเป็นจุดที่อันตรายที่สุด คือ พื้นที่บันได เพราะหากเกิดเหตุอุบัติเหตุตกลงจากที่สูงอาจหมายถึงความอันตรายถึงชีวิตเด็กได้ บริเวณชานบันไดก่อนถึงขั้นบันไดจึงควรมีประตูบันไดกั้นไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กน้อยคลานตกจากที่สูง หรือแม้แต่เด็กที่กำลังวิ่งซน หากไม่มีประตูกั้นไว้บ้างอาจไม่ทันสังเกตขณะวิ่งเล่น อาจพลาดตกลงมาได้เช่นกันครับ


ในช่วงไวรัสระบาด หลายๆ ท่านได้ใช้เวลาอยู่กับบ้านกันมากขึ้น ในมุมหนึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น ลองมองหากิจกรรมภายในบ้าน เช่น ชวนเด็กๆ ทำอาหารคาวหวาน หาพื้นที่กิจกรรมไว้ให้ลูกได้มีพื้นที่เล่น และอย่าลืมเตรียมบ้านให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย จะได้ละเล่นกันอย่างสบายใจครับ