กระเบื้องกระเดิด เป็นหนึ่งใน ปัญหาของพื้นกระเบื้อง ที่มักเกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรรเป็นส่วนใหญ่ จนชวนให้เจ้าของบ้านถึงกับกุมขมับ เพราะบางบ้านมองเป็นปัญหาใหญ่ที่ค่อนข้างยุ่งยาก และต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข อีกทั้งตัวเจ้าของบ้านเองก็ไม่ทราบสาเหตุ และไม่ทราบถึงวิธีการปูกระเบื้องของเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรว่าใช้วิธีการปูแบบใด แต่รู้หรือไม่ครับ กระเบื้องกระเดิด สามารถซ่อมแซมได้ โดยไม่ต้องทุบ รื้อทั้งหมด หากไม่เกิดความเสียหายมาก ให้เปลืองงบประมาณ แต่จะแก้ไขอย่างไรนั้น HomeGuru มีทางออกสำหรับปัญหานี้มาเป็นความรู้ให้กับทุกๆ บ้านครับ

กระเบื้องกระเดิด

กระเบื้องกระเดิด มีลักษณะอย่างไร

กระเบื้องกระเดิดหรือกระเบื้องระเบิด คือกระเบื้องปูพื้นที่เกิดการดันตัวขึ้น จากหลากหลายสาเหตุเช่น อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความชื้นชั้นใต้ดิน ส่งผลให้ตัวกระเบื้องดันขึ้นจนเกิดการแอ่นตัว หรือหดตัว จนหลุด แยก แตกออกจากกันในที่สุด ซึ่งอาจจะเกิดการกระเดิดเป็นพื้นที่กว้าง หรือ เป็นบางจุดก็ได้ครับ

กระเบื้องกระเดิด เกิดจากอะไร

1. กรรมวิธีการปูพื้นกระเบื้องแบบผิดๆ

วิธีการปูกระเบื้องเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เพราะหากปูกระเบื้องผิดวิธีจะส่งผลต่อความเสียหาย โดยส่วนใหญ่แล้วการปูพื้นกระเบื้องเพื่อป้องกันปัญหากระเบื้องกระเดิดจะใช้เทคนิคการปูด้วยปูนกาวซีเมนต์ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ ช่างมักใช้วิธีการปูพื้นกระเบื้องแบบปูนกาวผสมทราย เพราะพื้นดินบริเวณบ้านส่วนใหญ่มีความเรียบที่ไม่สม่ำเสมอ การปูพื้นด้วยวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ง่าย และนิยมใช้ แม้จะสุ่มเสี่ยงให้เกิด ปัญหาของพื้นกระเบื้อง แต่ทั้งนี้การปูกระเบื้องด้วยการทาปูนกาวซีเมนต์ต้องทากาวให้ทั่วแผ่นกระเบื้องนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดความชื้นสะสมใต้แผ่นกระเบื้องทำให้กระเบื้องปูพื้นเด้ง หรือกระเดิดได้เหมือนเดิม

กระเบื้องกระเดิด

2. อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ปัญหากระเบื้องเกิดขึ้นได้กับทั้งบ้านชั้น 1 และชั้น 2 เพราะด้วยอุณหภูมิของบ้านที่ช่วงเวลากลางวันจะมีความร้อน จนเกิดการสะสมความร้อนบนอิฐผนังหรือพื้น โดยจะรอคลายความร้อนในบ้านในเวลาช่วงเย็น ทำให้อุณหภูมิเกิดการเปลี่ยนแปลง ตัวคอนกรีตสามารถยืดหยุ่นได้ แต่ตัวกระเบื้องไม่สามารถยืดหยุ่นเหมือนแผ่นคอนกรีต จึงเป็นสาเหตุให้กระเบื้องกระเดิด

กระเบื้องกระเดิด เกิดจากอะไร

3. ปูกระเบื้องชิดมากไป โดยไม่เว้นร่องยาแนว

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้กระเบื้องกระเดิด ซึ่งการปูกระเบื้องจะมีควาสัมพันธ์กับตัวอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กระเบื้องขยายตัวและดันขึ้นจน กระเบื้องโก่งตัวครับ

4. ความชื้นบริเวณพื้นดิน หรือใต้ดิน

บริเวณพื้นใต้ดิน มักมีน้ำสะสมอยู่ ทำให้เกิดความชื้นบริเวณใต้กระเบื้อง บางครั้งเกิดการซึมขึ้นมาตามร่องกระเบื้อง เจ้าของบ้านต้องคอยสังเกตนะครับ เมื่อพื้นดินมีความชื้นสะสมอยู่ และโดนความร้อน ไอน้ำบริเวณใต้ดินจะดัน กระเบื้องปูพื้นเด้ง ซึ่งสาเหตุนี้มักพบกับพื้นบ้านบริเวณชั้น 1 หรือบริเวณภายนอกบ้านที่โดดแดดอยู่ตลอดเวลา

กระเบื้องระเบิด

5. พื้นผิวก่อนการปูกระเบื้องเป็นพื้นผิวเก่า และไม่สะอาด

ก่อนการปูกระเบื้องควรตรวจสอบสภาพพื้นผิวของพื้นที่จะใช้ปูกระเบื้องให้มีผิวที่เรียบเนียนและสม่ำเสมอเสียก่อน หากมีเศษวัสดุตกหล่นต้องกำจัดทิ้ง หรือหากเป็นพื้นปูเดิมแนะนำให้กะเทาะพื้นเดิมให้เป็นหลุมเสียก่อน เพื่อให้ส่วนผสมปูนและทรายเกิดการยึดเกาะเมื่อปูกระเบื้องใหม่

6. กระเบื้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

กระเบื้องที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จะส่งผลให้ปูนกาวที่เชื่อมระหว่างกระเบื้องเกิดการเสื่อมสภาพ และยิ่งหากบริเวณตัวบ้านเกิดการทรุดตัวเอียง จะยิ่งส่งผลให้เกิดแรงบีบอัดระหว่างกระเบื้อง จนทำให้กระเบื้องกระเดิด กระเบื้องโก่งตัว ได้เช่นกัน

กระเบื้องกระเดิด วิธีแก้ กระเบื้องกระเดิด กระเบื้องปูพื้น

กระเบื้องระเบิด

วิธีแก้กระเบื้องกระเดิดต้องทำอย่างไร

1. ปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์

เป็นวิธีที่อยากแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องมานั่งแก้ไขปัญหาจากปลายเหตุนะครับ ซึ่งหากเป็นพื้นที่ขนาดเล็กเจ้าของบ้านสามารถปูกระเบื้องได้ด้วยตนเอง เพียงคำนวณพื้นที่ ความกว้าง และความยาว แล้วบวกเพิ่ม 10% เพื่อป้องกันกระเบื้องชำรุด แตกหักระหว่างการปูพื้นกระเบื้องใหม่

ซึ่งการผสมปูนกาวให้ทำตามคำแนะนำโดยผสมให้ปูนกาวให้เหนียวพอดี และควรใช้ให้หมดภายในหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ปูนกาวมีประสิทธิภาพ และไม่แห้งเสียก่อน ที่สำคัญที่สุดคือต้องทาปูนกาวซีเมนต์ให้เต็มแผ่น ไม่แนะนำให้ใช้ปูนพอกเป็นก้อนโปะหลังกระเบื้อง เพราะจะเป็นสาเหตุให้กระเบื้องกระเดิดแตกได้อีกครับ

วิธีแก้ กระเบื้องกระเดิด

2. ปูกระเบื้องเว้นร่องยาแนว

โดยระยะที่ควรเว้นจะอยู่ที่ 3-5 มิลลิเมตร เพื่อป้องกัน พื้นกระเบื้องกระเดิดตามร่องยาแนว ยาแนวกระเบื้องเป็นหนึ่งขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การทาปูนกาวซีเมนต์นะครับ เพราะยาแนวเป็นตัวเชื่อมแผ่นกระเบื้องให้สนิทกัน และช่วยป้องกันฝุ่นละออง สิ่งสกปรก โดยทั่วไปแล้วกระเบื้องแต่ละแบบจะมีการเว้นระยะยาแนวที่แตกต่างกัน เช่น กระเบื้องปูพื้นทั่ว ๆ ไป ที่ไม่ตัดขอบ เว้นระยะประมาณ 3 มิลลิเมตร แต่หากเป็นกระเบื้องตัดขอบให้เว้นระยะที่ 2 มิลลิเมตร

พื้นกระเบื้องกระเดิดตามร่องยาแนว

3. รื้อกระเบื้องออกทั้งหมด พร้อมสกัดปูนกาวออก

เมื่อกระเบื้องกระเดิดปัญหาของกระเบื้องจะเกิดขึ้นในบริเวณที่กว้าง หรือหากโชคดีอาจจะโก่ง แตกเป็นแผ่นๆ แต่ในอนาคตกระเบื้องก็อาจจะกระเดิด และแตกได้ครับ การรื้อกระเบื้องออก และปูใหม่ทั้งหมดจึงเป็นทางเลือกที่ดีในระยะยาว มากกว่าการซ่อมแซมเฉพาะจุด

4. ปรับพื้นดินใหม่

ในกรณีนี้จำเป็นต้องทำต่อเมื่อพื้นดินเกิดการทรุดตัว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อป้องกัน และหยุดการทรุดตัวของพื้นดิน แล้วจึงปรับหน้าดินใหม่ให้เรียบก่อนการปูกระเบื้องจะช่วยลด ปัญหาของกระเบื้อง ได้ครับ

น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนว กาวยาแนว กาวซีเมนต์

กระเบื้องปูพื้นภายใน

ดูแลรักษากระเบื้องอย่างไรไม่ให้กระเบื้องกระเดิด

การดูแลรักษากระเบื้องที่ดีที่สุดคือ การหมั่นทำความสะอาดกระเบื้องด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เกิดคราบฝังแน่น โดยเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดคราบให้ถูกประเภท เพื่อป้องกันกระเบื้องเสื่อมสภาพในระยะยาว และที่สำคัญอย่าลืมสังเกตความหนา และความบางของกระเบื้องที่ใช้ปูพื้นด้วยนะครับ เพราะหากกระเบื้องพื้นที่ใช้ปูมีความบางมาก อาจจะแตกหักได้ง่ายกว่ากระเบื้องที่มีความหนา การเลือกวางสิ่งของที่หนักเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยได้ครับ

กระเบื้องปูพื้นเด้ง

ปัญหาของกระเบื้อง โดยเฉพาะ กระเบื้องกระเดิด ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการซ่อมแซมแก้ไขนะครับ หากรู้สาเหตุและวิธีการแก้ไขเบื้องต้นตามที่ HomeGuru กล่าวไว้ข้างต้น ก็จะช่วยลดความกังวลใจของเจ้าของบ้านลงได้ แต่ทั้งนี้ การปูกระเบื้องต้องอาศัยความชำนาญ และความเชี่ยวชาญ ทั้งในการเลือกกระเบื้องให้มีความแข็งแรง ปลอดภัย เหมาะกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงขั้นตอนการในการปูกระเบื้องที่ถูกต้อง การหาผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญมาคอยให้คำแนะนำ และความรู้ เพื่อลดปัญหากระเบื้องกระเดิดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่แพ้กันครับ


สอบถามเกี่ยวกับบริการซ่อมกระเบื้องและปูกระเบื้องพื้นที่เล็กเพิ่มเติม
Inbox เพจ Home Service by HomePro : m.me/Homeservicebyhomepro
Line : https://lin.ee/uN8D4Zl หรือ @Homeproservice
Call Center 1284

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 0 เฉลี่ย: 0]