หลากคำถามที่ว่า “ท็อปเปอร์ – Topper” หรือ “แผ่นรองนอน” คืออะไร? จำเป็นแค่ไหนสำหรับการนอน? และเกี่ยวอะไรกับประเภท “ที่นอน”? จากข้อมูลกรมสุขภาพจิตระบุ คนไทยกว่า 40% มีภาวะนอนหลับไม่เพียงพอ และ 10% มีภาวะการนอนไม่หลับเรื้อรัง นับเป็นผลกระทบเดียวกันที่หลายคนมักมีอาการปวดหลังและประสบปัญหาสุขภาพจากการนอน เนื่องจากการเลือกที่นอนไม่ได้มาตรฐาน จนคุณอาจต้องทิ้งที่นอนเก่า แล้วลงทุนเปลี่ยนที่นอนใหม่ เพื่อเป็นการแก้ปัญหา แต่เนื่องด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเครื่องนอนในปัจจุบัน ได้ผลิตแผ่นรองนอนทางเลือกใหม่ อย่าง “ท็อปเปอร์- Topper” ขึ้นมา นอกจากจะรองรับปัญหาสุขภาพแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินและพื้นที่ “ห้องนอน” ของคุณได้อีกด้วย ดังนั้น HomeGuru ขอพาคุณมารู้จักที่นอนประเภทนี้กันให้มากขึ้นโดยผ่านบทความนี้กันครับ


ท็อปเปอร์ – Topper คืออะไร?

“ท็อปเปอร์ ” หรือ “แผ่นรองนอน” ที่เกิดจากการดัดแปลง โดยแยกส่วนประกอบของพื้นผิวด้านบนที่นอน ออกจากที่นอน Topper ก็ตรงตัวกับภาษาอังกฤษที่แปลว่าด้านบน แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าและการแข่งขันทางการตลาดสูงขึ้น แผ่นรองนอนก็ได้รับการพัฒนาและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความหนา 1-4 นิ้ว ระดับความยืดหยุ่นและความนุ่มที่มีให้เลือกมากมายหลายระดับตามใจชอบ ทำให้ท็อปเปอร์ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของวงการที่นอน ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของที่นอนได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย และถือเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้งานระหว่างท็อปเปอร์และที่นอน นั่นคือคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เมื่อเกิดปัญหาที่นอนยุบตัว นอนแล้วรู้สึกปวดเมื่อย ไม่สบายตัว แค่ซื้อท็อปเปอร์มาปูทับที่นอนก็จะสามารถใช้งานได้ปกติ และแก้อาการปวดเมื่อยได้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดครับ เพราะหากที่นอนเดิมยุบตัวอยู่แล้ว การซื้อท็อปเปอร์มาปูทับลงไปโดยที่พื้นฐานที่นอนไม่เรียบเสมอกัน เวลานอนก็จะยุบลงไปที่จุดเดิมอยู่ดีครับ เพราะท็อปเปอร์คือแผ่นรองนอนนุ่มๆ ไม่มีส่วนที่เป็นกรอบแข็ง หรือพื้นผิวด้านล่างที่แข็ง จึงไม่สามารถนำมาปิดรอยยุบของที่นอนได้ จึงมีหน้าที่เพียงแค่ลดความนุ่มเกินไป หรือความแข็งเกินไปของที่นอน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมของแต่ละบุคคลเท่านั้นครับ แล้วถ้าอยากหาซื้อท็อปเปอร์มาใช้ปูนอนบนพื้นแทนการปูบนที่นอน จะเป็นอย่างไร? บอกได้เลยว่าค่อนข้างจะผิดวัตถุประสงค์การใช้งาน และด้วยความหนายืดหยุ่นระดับ 1-4 นิ้ว ก็ไม่สามารถให้ความรู้สึกนุ่มสบายเหมือนการปูลงบนที่นอนได้ ซึ่งหากยังอยากปูท็อปเปอร์นอนบนพื้นจริงๆ แนะนำให้เลือก “ท็อปเปอร์ยางพารา” เพราะมีความหนาแน่นมากที่สุด

ท็อปเปอร์ยางพารา ท็อปเปอร์เมมโมรี่โฟม (Memory Foam) หรือ ท็อปเปอร์ขนเป็ด เยอะขนาดนี้ เลือกแบบไหนดี? ผู้ใช้งานจะสามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด เนื่องจากความแตกต่างในเรื่อง พฤติกรรมการนอน ความชอบระดับความหนา-นุ่ม-แข็งของที่นอน และปัจจัยเรื่องสรีระ หรือปัญหาสุขภาพ ดังนั้น หากต้องการที่นอนหรือแผ่นรองนอนดีๆ ต้องพิจารณาจากความต้องการและเรื่องสรีระของเราเป็นหลักก่อน จากนั้นจึงค่อยไปทำความรู้จักกับท็อปเปอร์แต่ละชนิดกันครับ


ท็อปเปอร์มีกี่แบบ? แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ท็อปเปอร์ทั่วไปจะมีขนาด ที่นอน 3.5 ฟุต , 5 ฟุต, 6 ฟุต ส่วนท็อปเปอร์ แต่ละชนิดแบ่งตามประเภทของวัสดุที่ผลิตได้ดังนี้ครับ

ท็อปเปอร์ฟองน้ำ ผลิตจากฟองน้ำที่แบ่งแยกออกไปหลายเกรดตามคุณภาพของฟองน้ำ จึงมีความนุ่ม-ความแน่นที่แตกต่างกันตามคุณภาพของวัสดุ ซึ่งท็อปเปอร์ฟองน้ำที่ดีที่สุดคือ ท็อปเปอร์เมมโมรี่โฟม ( Memory Foam) ซึ่งมีความยืดหยุ่นในตัวสูง รองรับน้ำหนักการนอนได้ดี และค่อนข้างคืนตัวช้า

ท็อปเปอร์ยางพารา ผลิตจากยางพาราแบบแผ่นคุณภาพดี และ ท็อปเปอร์ยางพาราสังเคราะห์ : ผลิตจากเศษยางพารา ซึ่งท็อปเปอร์ยางพารา 2 แบบนี้ มักได้รับความนิยม เพราะมีความยืดหยุ่นสูง และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าท็อปเปอร์ทุกประเภท

ท็อปเปอร์ใยมะพร้าว ผลิตจากใยมะพร้าวอัดแข็ง และด้านใดด้านหนึ่งเป็นฟองน้ำบางๆ แผ่นรองนอนประเภทนี้จะค่อนข้างแข็ง มีความหนาแน่นสูงมาก ยุบตัวช้า และราคาไม่สูงมาก

ท็อปเปอร์ที่ทำมาจากใยต่างๆ ใยสังเคราะห์เป็นได้รับความนิยมทั้งในที่นอน และแผ่นรองนอนโดยเฉพาะใยขนห่านเทียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความฟูนุ่ม และมีน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น จึงให้ทั้งความสะดวก และความสบายต่อผู้ใช้งาน

ท็อปเปอร์ขนสัตว์ ถือเป็นแผ่นรองนอนที่ทุกคนอยากได้มาครอบครอง โดยเฉพาะขนเป็ด ซึ่งนิยมนำมาผลิตเป็น “ท็อปเปอร์ขนเป็ด” ซึ่งคุณภาพของขนเป็ดแต่ละส่วนที่นำมาใช้ในการผลิตมีความแตกต่างกัน และให้ความนุ่ม-ความแน่น แตกต่างกันมากพอสมควร และมีราคาหลายระดับตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น


พอทราบกันแล้วว่า “ท็อปเปอร์-Topper” ที่ดีนั้น ต้องเหมาะสมกับการใช้งานจริง ซึ่งไม่มีใครสามารถบอกได้แน่ชัดว่าเป็นอย่างไร เพราะทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานการนอนของแต่ละคน ขณะที่วิธีเลือกท็อปเปอร์ก็มาจากการทดลองใช้จริง อิงกับความชอบส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการเลือก และการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียสักนิด เพื่อให้ได้แผ่นรองนอนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การพักผ่อนที่ใช่ที่สุด