มู่ลี่หน้าต่าง เป็นหนึ่งในไอเทมกันแดดให้บ้านและอาคารสำนักงานต่าง ๆ ที่ทุกคนคงรู้จักและคุ้นตากันดีอยู่แล้ว เพราะ มู่ลี่กันแดด นั้นมีมานานพอ ๆ กับ ผ้าม่าน แบบอื่น ๆ ซึ่งก็มีให้เลือกใช้งานกันทั้งมู่ลี่หน้าต่างและ มู่ลี่ประตู แต่หลายคนอาจจะเห็นได้มากตามสำนักงาน ร้านอาหาร โรงแรม หรือพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ มากกว่าจะใช้ภายในบ้าน จนมาถึงยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาดีไซน์ของมู่ลี่ให้ดูสวยงามอบอุ่นมากขึ้น อย่าง มู่ลี่ไม้ ที่ให้ความสบายตา หรือ มู่ลี่ไม้ไผ่ ที่ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่น ๆ ที่หลายคนชื่นชอบก็มีให้เห็นกันมากขึ้น มู่ลี่หน้าต่าง จึงกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง HomeGuru เลยขอพาทุกคนที่กำลังแต่งบ้านไปทำความรู้จักกับมู่ลี่กัน!

• มู่ลี่หน้าต่าง แต่งบ้านก็สวย ใช้งานก็เวิร์ค!

1. ทำความรู้จักมู่ลี่ให้มากขึ้น
2. รู้จักระบบการทำงานของมู่ลี่กันแดด
3. ข้อดีของ มู่ลี่ประตู และมู่ลี่หน้าต่าง
4. เทคนิคเลือกมู่ลี่กันแดดให้เหมาะกับบ้าน

มู่ลี่ประตู

มู่ลี่ไม้ มู่ลี่กันแดด มู่ลี่หน้าต่าง

• ทำความรู้จักมู่ลี่ให้มากขึ้น

มู่ลี่ (Blinds) ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับผ้าม่าน หรือวัสดุกันแสง ผลิตจากวัสดุที่หลากหลาย เช่น มู่ลี่ไม้ มู่ลี่ไม้สังเคราะห์ มู่ลี่ไม้ไผ่ มู่ลี่พลาสติก มู่ลี่อะลูมิเนียม มู่ลี่ผ้า หรือกระจกมู่ลี่ เป็นต้น ลักษณะของมู่ลี่จะเป็นแผ่นวัสดุซี่ ๆ เรียงต่อกันเป็นช่องแนวนอนร้อยติดกันไว้ด้วยเชือก มีรอกสำหรับใช้ดึงขึ้นลง เปิดปิด หรือปรับองศาเพื่อกำหนดปริมาณแสงผ่าน มีสีสัน ลวดลาย และขนาดหลากหลายให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง

• รู้จักระบบการทำงานของ มู่ลี่กันแดด

1. มู่ลี่แบบเชือกปรับ

มู่ลี่หน้าต่าง แบบเชือกปรับนั้นเห็นกันได้ทั่วไป เป็นมู่ลี่แบบที่ควบคุมการทำงานด้วยการใช้เชือก 2 เส้น สำหรับดึงขึ้นหรือลง โดยเชือกทั้ง 2 เส้นนี้จะทำหน้าที่ปรับองศาการรับแสงของใบมู่ลี่เพื่อกำหนดปริมาณแสงเข้าด้วย

2. มู่ลี่แบบแกนปรับ

มู่ลี่แบบแกนปรับก็เป็นมู่ลี่อีกหนึ่งประเภทที่ได้มาตรฐาน พบเห็นได้ทั่วไปและได้รับความนิยมเช่นกัน โดยหลักการทำงานของมู่ลี่ชนิดนี้จะใช้แกนลักษณะเป็นแท่งยาวที่ผลิตจากอะคริลิกทำหน้าที่ปรับองศาของใบมู่ลี่ด้วยการหมุนแกนไปมาทางซ้ายหรือขวานั่นเอง

3. มู่ลี่แบบโซ่ดึง

สำหรับมู่ลี่แบบโซ่ดึงนั้นจะมีระบบการทำงานคล้ายกันกับมู่ลี่แบบเชือกปรับแต่จะดูสวยงามมากกว่า โดยโซ่ดึงนี้จะทำหน้าที่ควบคุมการดึงเก็บมู่ลี่ให้ดึงเก็บขึ้นด้านบน หรือดึงปล่อยลงมาเพื่อใช้งาน อีกทั้งยังทำหน้าที่ควบคุมการปรับองศาของใบมู่ลี่ไปด้วยในตัว

4. มู่ลี่แบบมอเตอร์

มู่ลี่แบบมอเตอร์จะมีลักษณะคล้ายกับมู่ลี่ทั่วไปแต่จะควบคุมการทำงานด้วยมอเตอร์ผ่านการกดปุ่ม หรือการใช้รีโมทควบคุมระยะไกล โดยในหลาย ๆ รุ่นจะมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่จะตัดไฟทันทีหากเกิดไฟตก ไฟกระชาก หรือไฟดับ

มู่ลี่ไม้

 

มู่ลี่ไม้ มู่ลี่กันแดด มู่ลี่หน้าต่าง

• ข้อดีของ มู่ลี่ประตู และมู่ลี่หน้าต่าง

1. ช่วยป้องกันแสงแดด

มู่ลี่กันแดด จะช่วยป้องกันทั้งแสงแดด , รังสี UV , UVA , UVB และรังสีต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผิวมนุษย์

2. ช่วยลดการสะสมความร้อน

มู่ลี่ทุกประเภททั้ง มู่ลี่ประตู และหน้าต่างจะช่วยลดการสะสมความร้อนภายในห้องนั้น ๆ และถือเป็นการช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงประหยัดค่าไฟด้วย

3. ช่วยกรองแสงจากภายนอก

นอกจากช่วยป้องกันความร้อนแล้ว มู่ลี่ยังทำหน้าที่ช่วยกรองแสงจากภายนอกให้นุ่มนวลขึ้น โดยสามารถปรับให้แสงส่องผ่านเข้ามาภายในห้องได้มากน้อยตามความต้องการ โดยเฉพาะการใช้ มู่ลี่ไม้ไผ่ หรือ มู่ลี่ไม้ ต่าง ๆ ก็จะยิ่งให้บรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย สบายตา

4. ช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

เนื่องจากมู่ลี่นั้นช่วยกรองแสงจากภายนอก จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเกิดความซีด เก่า หรือผุพังไว อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้อีกด้วย

มู่ลี่ไม้

5. การติดตั้งทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน

ไม่ว่าจะเป็น มู่ลี่ประตู หรือหน้าต่าง ก็สามารถติดตั้งได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบ้านจะสามารถติดตั้งด้วยตัวเองได้เลย โดยสามารถเลือกซื้อ มู่ลี่กันแดด แบบสำเร็จรูปมาใช้เพื่อความสะดวกทั้งต่อการติดตั้งและการใช้งาน

6. ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย

การเลือกติดตั้งมู่ลี่นั้นจะทำให้สามารถทำความสะอาดได้บ่อย ๆ และการทำความสะอาดมู่ลี่ก็ทำได้ง่ายกว่าการทำความสะอาดผ้าม่านมาก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุด้วยว่าเป็น มู่ลี่ไม้ มู่ลี่ไม้สังเคราะห์ มู่ลี่ไม้ไผ่ มู่ลี่พลาสติก มู่ลี่อะลูมิเนียม หรือเป็นมู่ลี่ประเภทไหน

7. ดีไซน์สวยงาม ใช้ตกแต่งห้องได้อย่างลงตัว

ด้วยดีไซน์ของมู่ลี่ในปัจจุบันที่มีมากมายหลายแบบทั้ง มู่ลี่ประตู และ มู่ลี่หน้าต่าง ที่ต่างก็ดูทันสมัยและสวยมากกว่ามู่ลี่ยุคก่อน ๆ ทำให้หลาย ๆ คนเลือกใช้มู่ลี่เป็นส่วนหนึ่งในการตกแต่งห้องสไตล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ มู่ลี่ไม้ และ มู่ลี่ไม้ไผ่ ที่ได้รับความนิยมแบบล้นหลามอย่างต่อเนื่อง

8. คุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า

ราคาของมู่ลี่เมื่อเทียบกันกับผ้าม่านประเภทต่าง ๆ แล้วถือว่ามู่ลี่มีราคาไม่สูงมากนัก และเมื่อเทียบกับประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ที่จะได้รับแล้วถือว่าการลงทุนติดตั้งมู่ลี่นั้นคุ้มค่า และสามารถใช้งานได้ยาวนานมาก ๆ

มู่ลี่ประตู

• เทคนิคเลือก มู่ลี่กันแดด ให้เหมาะกับบ้าน

1. การเลือกมู่ลี่สำหรับใช้ในห้องรับแขกหรือห้องทำงาน

ไม่ว่าจะเลือกติดตั้ง มู่ลี่ประตู หรือหน้าต่างก็สามารถเลือกใช้มู่ลี่แบบที่ชอบได้เลย ทั้งเรื่องของสีสัน ลวดลาย และวัสดุ ซึ่งจะมีให้เลือกหลากหลายทั้ง มู่ลี่ไม้ มู่ลี่ไม้สังเคราะห์ มู่ลี่ไม้ไผ่ มู่ลี่พลาสติก มู่ลี่อะลูมิเนียม มู่ลี่ผ้า หรือแม้แต่กระจกมู่ลี่

2. การเลือกมู่ลี่สำหรับใช้ในห้องน้ำ

การติดตั้งมู่ลี่สำหรับใช้งานภายในห้องน้ำนั้น นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วยังต้องคำนึงถึงเรื่องของวัสดุเป็นพิเศษ ควรเลือกใช้มู่ลี่แบบที่ทำจากอะลูมิเนียมหรือไวนิลที่เปียกน้ำเป็นประจำได้ เพราะหากเลือกใช้ มู่ลี่ไม้ หรือ มู่ลี่ไม้ไผ่ ในห้องน้ำ แม้ว่ามู่ลี่จะไม่ได้ถูกน้ำโดยตรงแต่ก็ต้องเจอปัญหาเชื้อราจากความชื้นตามมาแน่นอน

3. การเลือกมู่ลี่สำหรับใช้ในห้องครัว

สำหรับห้องครัวที่มีการทำอาหารอยู่เป็นประจำ อาจจะมีเรื่องของคราบเปื้อนและคราบมันระหว่างทำอาหารอยู่เสมอ ดังนั้นการเลือกใช้มู่ลี่ภายในห้องครัวจึงควรเน้นเป็นมู่ลี่ที่ผลิตจากวัสดุที่ทำความสะอาดได้ง่าย หรือเลือกใช้มู่ลี่โทนสีเข้ม ๆ เพื่อให้ห้องครัวดูสะอาดตานั่นเอง

มู่ลี่กันแดด

4. การเลือกมู่ลี่สำหรับใช้ในห้องนอน

เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่ต้องใช้นอนหลับพักผ่อนอยู่เป็นประจำ การเลือกมู่ลี่สำหรับห้องนอนจึงสำคัญที่สุด เพราะหากห้องนอนมีแสงจากภายนอกส่องเข้ามามากจนเกินไปอาจทำให้ไปรบกวนการนอนได้ ดังนั้น มู่ลี่กันแดด สำหรับห้องนอนจึงควรเลือกใช้แบบทึบแสงมาก ๆ นั่นเอง

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังหลงรักปักใจกับผ้าม่านมากกว่าอยู่ดี ก็แนะนำให้ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผ้าม่านได้ที่ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องที่ช่วยเติมเต็มเสน่ห์ ความเป็นธรรมชาติให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

มู่ลี่ไม้ไผ่

ได้เห็นข้อดีของ มู่ลี่หน้าต่าง ที่ HomeGuru นำมาฝากกันไปมากมายขนาดนี้ คงทำให้หลาย ๆ คนที่กำลังลังเลระหว่างผ้าม่านกับ มู่ลี่กันแดด ตัดสินใจเลือกกันได้บ้างแล้ว แล้วจะหาซื้อมู่ลี่ได้ที่ไหน? ไม่ยากเลย แค่ตรงไปที่โฮมโปรสาขาใกล้บ้าน หรือเลือกช้อปออนไลน์ง่าย ๆ แค่คลิก www.homepro.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ HomePro Call Center โทร 1284

โปรดให้คะแนนบทความของเรา
[ทั้งหมด: 0 เฉลี่ย: 0]